เมื่อวันที่ 23 เม.ย. เพจเฟซบุ๊ก Tensia ซึ่งเป็นเพจให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

เครียดรุนแรง ส่งผลถึงหัวใจจริง ติดสตั๊นต์ หัวใจบีบเบาลงชั่วคราว ล้มเหลว จนน้ำท่วมปอดได้ ดังนั้นใช้คำว่าตรอมใจตาย คงไม่เกินจริง ดั่งเคสนี้ค่ะ หญิงอายุ 63 ปี หมดประจำเดือนมาหลายปี ไม่มีโรคประจำตัวชัดเจน

เช้าวันหนึ่งระหว่างเก็บของในบ้าน เธอเริ่มแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น แบบที่ “ไม่เคยเป็นมาก่อน” ญาติสังเกตว่าเธอหน้าซีด เหงื่อออก มือเย็น เลยรีบพามาห้องฉุกเฉินทันที ที่ ER แพทย์เจอคำว่า “แน่นหน้าอก” ก็แน่นอนค่ะ คิดถึงกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (MI) ก่อนเสมอ เลยรีบทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ผลออกมาก็ตามคาด

– คลื่นไฟฟ้าหัวใจแสดงการขาดเลือดรุนแรง (STE V1-V4)

– ผลเลือดค่า Troponin สูง

สารนี้ควรจะอยู่ในกล้ามเนื้อหัวใจ พอมันสูง แปลว่า “กล้ามเนื้อหัวใจกำลังบาดเจ็บ” จริง ทีมแพทย์จึงทำตามขั้นตอนมาตรฐาน รีบปรึกษาหมอหัวใจ และเข็นเข้าห้องสวนหัวใจเพื่อทำ PCI แต่พอฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ อ้าวเวรกรรม ไม่มีอุดตันพอที่จะอธิบายอาการและคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกติได้เลย

คำถามคือ

ถ้าหลอดเลือดหัวใจไม่ตัน แล้วหัวใจกำลังเจ็บจากอะไร? แพทย์จึงทำ Echo เพื่อดูการบีบตัวของหัวใจ และนี่คือจุดเฉลย ภาพหัวใจบอกว่า  ส่วนยอดหัวใจ (apex) บีบแทบไม่ขยับ แต่ฐานหัวใจยังบีบแรงอยู่ ผลคือเวลาเต้นฐานเหมือน “รัดคอ” แต่ยอดกลับ “โป่งออก”

เกิดภาพคลาสสิกที่เรียกกันว่า apical ballooning รูปร่างคล้าย “ไหดักปลาหมึกญี่ปุ่น” หรือ Takotsubo ตรงนี้แปลว่า หัวใจไม่ได้ตายเพราะหลอดเลือดอุดตัน แต่เหมือนโดน “ฮอร์โมนความเครียด” สาดใส่แบบหนักมาก  catecholamine surge (เช่น adrenaline) ทำให้หลอดเลือดหัวใจหดเกร็ง + ทำร้ายกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง และมักเล่นงานเด่นที่ “ยอดหัวใจ”

พอแพทย์ซักประวัติเพิ่มแบบละเอียด ญาติถึงค่อยเล่าประโยคที่ทำให้ทุกอย่างต่อกันพอดี

“อาทิตย์ก่อน เพิ่งมีคนสำคัญเสียไป ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ร้องไห้ทุกวัน ทรมานเหมือนเจียนตาย” หลัง admit คืนแรก อาการไม่ได้จบแค่แน่นหน้าอก หัวใจห้องล่างซ้ายบีบตัวอ่อนลงชัด เริ่มมีภาวะน้ำท่วมปอด หายใจเหนื่อยมากขึ้น ค่าที่บอกว่าหัวใจถูกยืดและเครียด (เช่น NT-proBNP) สูงขึ้น

แพทย์ให้การรักษาประคับประคองแบบหัวใจล้มเหลวอย่างใกล้ชิด ดูแลออกซิเจน ยาลดภาระหัวใจ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน และค่อย ๆ ดีขึ้น สุดท้ายอาการแน่นหน้าอกและเหนื่อยค่อย ๆ ถอย หัวใจกลับมาบีบได้ดีขึ้นตามธรรมชาติของโรคนี้

สรุปคนร้ายของเคสนี้ นี่คือ Takotsubo cardiomyopathy หรือที่หลายคนเรียกว่า Broken heart syndrome

มัน “เหมือนหัวใจขาดเลือดมาก” ทั้งอาการ คลื่นไฟฟ้า และ troponin

แต่จุดต่างคือ  สวนหัวใจแล้วหลอดเลือดไม่ตัน  Echo มีภาพ apical ballooning แบบจำเพาะ และที่พบบ่อยมากคือ ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน เพราะการป้องกันของฮอร์โมนเพศหญิงลดลง ทำให้หัวใจไวต่อ catecholamine มากขึ้น

สิ่งที่อยากฝาก  แน่นหน้าอกแบบเฉียบพลัน = ไป รพ. ก่อนเสมอ อย่ารอดูเอง  ความเครียดไม่ใช่เรื่องเล็ก มันมีผลถึงระดับ “กล้ามเนื้อหัวใจ” ได้จริง  โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือน อย่าชินกับคำว่า “คงเครียดแหละ” แล้วปล่อยผ่านค่ะ