พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. ได้ประชุมชี้แจงการยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ระบบเอฟเอ็ม และเงื่อนไขและวิธีการประมูลสำหรับวิทยุกระจายเสียงประเภทธุรกิจระดับท้องถิ่น สำหรับการให้บริการกระจายเสียงประเภทธุรกิจ ที่ได้กำหนดคลื่นความถี่จำนวน 2,507 คลื่นความถี่ที่สามารถใช้งานได้ในระดับท้องถิ่น เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการ ขั้นตอน และวิธีการยื่นคำขอรับใบอนุญาตรวมทั้งเงื่อนไขและวิธีการประมูล เพื่อให้ผู้ประกอบการทั้งรายเดิมที่มีอยู่ปัจจุบันจำนวนประมาณ 2 พันกว่าสถานี และผู้ประกอบการรายใหม่ ได้รับทราบ
สำหรับมีหลักเกณฑ์ที่สำคัญ เช่น ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีบุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นมีภูมิลำเนาภายในจังหวัดนั้น และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน จำนวนใบอนุญาตระดับท้องถิ่น กำหนดให้ 1 นิติบุคคล สามารถยื่นคำขอได้สูงสุดไม่เกิน 2 คลื่นความถี่ภายในจังหวัดเดียวกัน และเมื่อสิ้นสุดการประมูลสามารถเลือกเป็นผู้ชนะได้เพียงแค่ 1 คลื่นความถี่ เท่านั้น เป็นต้น
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำขอให้ครบถ้วน และต้องยื่นผ่านระบบ e-BCS หรือการยื่นคำขออนุญาตผ่านช่องทางออนไลน์ ในระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-27 ธ.ค. 67 รวมทั้งชำระค่าธรรมเนียมคำขอในอัตรา 5,350 บาท (รวมภาษี) ต่อคลื่นความถี่ รวมทั้งหลักประกันการประมูล 10% หรือ 2,500 บาท ของราคาขั้นต่ำของคลื่นความถี่ ที่กำหนดราคาที่ 25,000 บาท ซึ่งหากผู้ประกอบการรายเดิมที่ได้รับอนุญาตให้ทดลองออกอากาศไม่มายื่นภายในระยะเวลาที่กำหนด จะต้องสิ้นสุดการทดลองออกอากาศภายในวันที่ 31 ธ.ค. 67 นี้ทันที แต่หากมายื่นจะได้รับสิทธิการทดลองออกอากาศต่อตามบทเฉพาะ จนกว่า กสทช. จะสั่งไม่ออกใบอนุญาตหรือสั่งเป็นอย่างอื่น เช่นเดียวกับประเภทชุมชนและสาธารณะ สำหรับการประมูลจะดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีอ๊อกชั่น) โดย กสทช. จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอให้แล้วเสร็จ และจะให้ผู้ยื่นคำขอที่ผ่านและมีสิทธิเข้าร่วมประมูลทำการทดลองทดสอบ ก่อนการประมูลจริง โดยคาดว่าจะจัดการประมูลได้ประมาณกลางปี 68 ซึ่งจะประกาศให้ทราบต่อไป
สำหรับเงื่อนไขและวิธีการประมูล ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถเสนอราคาเพิ่มกี่ครั้งก็ได้ โดยต้องเสนอราคาครั้งแรกสูงกว่าราคาเริ่มต้น และหากต้องการเป็นผู้ชนะต้องเสนอราคาที่สูงกว่าราคาสูงสุด ณ ขณะนั้น สำหรับการเสนอราคาเพิ่มในแต่ละครั้งจะต้องเสนอเป็นจำนวนเต็มเท่าของขั้นราคา 1,000 บาท โดยกำหนดระยะเวลาในการประมูล 60 นาที ต่อคลื่นความถี่ กรณีสิ้นสุดระยะเวลาการประมูลแล้ว ยังคงมีการเสนอราคาเท่ากัน จะขยายระยะเวลาครั้งละไม่เกิน 5 นาที จนกว่าจะได้ผู้ชนะการประมูล
“การยื่นขอรับใบอนุญาตตามประกาศเชิญชวนสำหรับวิทยุกระจายเสียงระดับท้องถิ่นประเภทธุรกิจในครั้งนี้ ต้องใช้วิธีการประมูลตามที่กฎหมายกำหนด แม้ว่าในตอนแรกจะได้รับการคัดค้านจากผู้ประกอบการรายเดิม ที่มีความห่วงใยว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ต้องการที่จะปรับตัวเพื่อเข้าสู่ระบบใบอนุญาต เนื่องจากคุ้นเคยกับการเป็นผู้ทดลองมานานเกือบ 30 ปี อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณที่ปัจจุบัน ทั้งผู้ประกอบการรายเก่าและผู้ที่สนใจรายใหม่ มีความเข้าใจต่อความมุ่งมั่นของผม ที่ต้องการกำหนดหลักเกณฑ์ใดๆ ให้ “Free & Fair“ หรือ “เสรีและเป็นธรรม” แก่ประชาชนผู้ประกอบการทุกฝ่ายให้ได้ และได้เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นกันมาโดยตลอด” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว



