สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน มีผลแล้วเมื่อเวลา 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (09.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)
I applaud the courageous decision by the leaders of Lebanon and Israel to end the violence.
— President Biden (@POTUS) November 27, 2024
It reminds us that peace is possible.
And so long as that is the case, I will not for a single moment stop working to achieve it. pic.twitter.com/MF57EXflzk
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งร่วมผลักดันการหยุดยิงครั้งนี้ แสดงความหวังว่า คู่กรณีทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดของข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด เพื่อยุติสถานการณ์นองเลือด ซึ่งเกิดขึ้นควบคู่ไปกับสงครามในฉนวนกาซา โดยนับตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนอย่างน้อย 3,823 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน และในอิสราเอลมีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 82 นาย และพลเรือนอย่างน้อย 47 ราย
Prime Minister Benjamin Netanyahu:
— Prime Minister of Israel (@IsraeliPM) November 26, 2024
"The length of the ceasefire depends on what happens in Lebanon. We will enforce the agreement and respond forcefully to any violation. We will continue united until victory."
Full remarks >>https://t.co/43nIjRoJQv pic.twitter.com/KiwT3ZKcog
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการหยุดยิงมีผล กองทัพอิสราเอลปูพรมโจมตีเป้าหมายทั่วเลบานอน และออกประกาศเตือนชาวเลบานอน ให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณที่ยังมีทหารอิสราเอลประจำการ และพื้นที่ซึ่งอิสราเอลกำลังถอนทหารและสรรพาวุธ ตามเงื่อนไขของการหยุดยิง ที่ต้องดำเนินการภายในเวลา 60 วัน และในระหว่างนี้ หทารเลบานอนจะเข้ามาประจำการตามแนวชายแดนทางตอนใต้ของประเทศ ที่ติดกับภาคเหนือของอิสราเอล
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ขอบคุณความสนับสนุนจากพันธมิตร ซึ่งร่วมกันผลักดันการหยุดยิงครั้งนี่ ที่จะช่วยให้อิสราเอล “กลับไปให้ความสำคัญ” กับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา แต่ยังคงยืนยันว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะเผชิญกับ “การตอบโต้อย่างสาสม” หากยังคง “คุกคาม” อิสราเอลอีก และระยะเวลาของการหยุดยิงจะยาวนานแค่ไหน “ขึ้นอยู่กับเลบานอน”.
เครดิตภาพ : AFP



