เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 67 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อ2056/2567 ที่บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.กระทรวงศึกษาฯ, นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รักษาการผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค., นายภกร รงค์นพรัตน์ รองผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค., นายธิติทัศน์ ธนัชนนท์เดชน์ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ และ บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์ เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 200 ล้านบาท

โดยนัดไต่สวนวันนี้มี นายนัทธพลพงศ์ จิวัจฉรานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด (บจ.รุ่งศิลป์การพิมพ์ฯ) เดินทางขึ้นไต่สวนเป็นพยานฝ่ายโจทก์ ฝ่ายจำเลยทนายความและอัยการแก้ต่างเดินทางมาศาล

นายนัทธพลพงศ์ เบิกความว่า เมื่อระหว่างวันที่ 5-8 พ.ค. 2567 จำเลยที่ห้าซึ่งเป็นสำนักข่าวได้นำเสนอข่าวผ่านระบบคอมพิวเตอร์และตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์โดยเสนอข่าวพาดหัวว่า “องค์การค้าฯ ยันส่งปกหนังสือครบเดินรถขนตำรา ทันเปิดการเรียนใหม่” มีเนื้อหาบรรยายว่า “ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุองค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่าจากกรณีที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้จัดพิมพ์หนังสือเรียนประจำปี 2567 ให้กับองค์การค้าระบุว่าองค์การค้าส่งปกหนังสือไม่ครบ ซึ่งส่งผลกระทบอาจทำให้ไม่สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดนั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว องค์การค้าเราได้ส่งปกหนังสือครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยได้ดำเนินการส่งหนังสือให้แก่สำนักพิมพ์แห่งนั้นตั้งแต่ 26 มี.ค. 2567 ครบตามจำนวนโดยสำนักงานพิมพ์ได้ทำการเซ็นรับหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่อมาในวันที่ 15 เม.ย. 2567 บริษัทแจ้งว่าได้รับหนังสือไม่ครบตามจำนวนซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจว่าลาล่วงเลยไปถึง 21 วันเหตุใดจึงมาแจ้งให้องค์การค้าฯ ทราบทั้งนี้ต่อมาองค์การค้าฯ ได้แจ้งให้สำนักพิมพ์รับปกหนังสือที่ขาดในทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด

โดยให้สำนักพิมพ์นำปกหนังสือที่ชำรุดเสียหายส่งคืนให้กับองค์การค้าด้วย ขณะเดียวกันองค์การค้ายืนยันในการสงวนสิทธิ์ไม่ขยาย ระยะเวลาการดำเนินงานตามที่สำนักงานสำนักพิมพ์แห่งนั้นร้องขอ เนื่องจากปริมาณปกหนังสือที่ขาดและชำรุดเสียหายนั้นมีปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณผลหนังสือที่สำนักพิมพ์มีอยู่ในมือและสามารถดำเนินการผลิตได้โดยไม่ต้องรอปกที่ชำรุดเสียหาย ทั้งนี้องค์การค้าได้เร่งรัดติดตามการพิมพ์หนังสือเพื่อให้นักเรียนทั่วประเทศได้รับหนังสือทันก่อนเปิดภาคเรียนอย่างแน่นอน”

ซึ่งข่าวดังกล่าวเป็นข่าวที่รับข้อเท็จจริงมาจากจำเลยที่ 1-4 และจำเลยที่ 1-4 ก็ได้มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชานำไปตีพิมพ์เป็นเอกสารเผยแพร่ทางช่องทางออนไลน์ขององค์การค้าฯของ สกสค.ซึ่งจำเลยที่ 1-4 มีหน้าที่ดูแลกำกับแต่การเสนอข่าวขององค์การค้าเผยแพร่ระบุชื่อโจทก์อย่างชัดแจ้ง แตกต่างจากจำเลยที่ 5 ที่ระบุว่าสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง แต่ก็ทราบกันทั่วไปว่าหมายถึงโจทก์

ซึ่งการนำเสนอข่าวมีเจตนาที่จะเผยแพร่ข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับความจริง ปกปิดข้อเท็จจริงเป็นสาเหตุสำคัญว่าการที่โจทก์ส่งหนังสือล่าช้ากว่ากำหนดนั้นเกิดจากปัญหาใดบ้างและองค์การค้าได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วหรือไม่อย่างไร

เพราะความจริงโจทก์ได้รับจ้างพิมพ์หนังสือเรียนจำนวน 30 รายการจำนวน 25 ล้านเล่มเศษราคารวมทั้งสิ้น 172 ล้านบาท ระยะเวลาการพิมพ์ 55 วันซึ่งตามแผนการผลิตหากไม่มีข้อผิดพลาดหรืออุปสรรคใดใด โจทก์มีความสามารถผลิตให้ทันตามกำหนดได้ จากนั้นโจทก์เริ่มขั้นตอนการพิมพ์แต่เมื่อพิมพ์ไปได้เพียง 3 วัน โจทก์พบว่า ไฟล์งานพิมพ์ที่จำเลย 2-4 มอบให้กับโจทก์เพื่อนำมาดำเนินการพิมพ์กับคุณสมบัติของกระดาษพิมพ์ที่ใช้สำหรับพิมพ์หนังสือเรียนไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในขอบเขตงานทีโออาร์

โจทก์ได้มีหนังสือโต้แย้งขอให้องค์การค้ายืนยันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเสียหาย เมื่อองค์การค้ายืนยันขอบเขตงานทีโออาร์เกี่ยวกับคุณสมบัติของกระดาษไม่ถูกต้อง ขอให้โจทก์นำสัญญาจ้างพิมพ์ไปแก้ไข ในวันที่ 28 มี.ค.เพื่อความถูกต้องชัดเจนเพราะไม่ใช่ความผิดของโจทก์ที่ไม่อาจจัดหากระดาษตามที่กำหนดในทีโออาร์ได้แต่เป็นความผิดที่ขอบเขตงานทีโออาร์ที่องค์การค้า เป็นผู้ออกข้อกำหนดมีความบกพร่องผิดพลาด ความจริงแล้วเป็นหน้าที่ตามสัญญาจ้างพิมพ์ที่องค์การค้าต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดนั้นและความผิดพลาดนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเพราะกว่าจะมีการออกข้อกำหนดขอบเขตงานของทีโออาร์ ทางองค์การค้าได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการออกข้อกำหนดขอบเขตงานทีโออาร์มีการศึกษา วางแนวทางข้อกำหนดคุณลักษณะและคุณสมบัติสำหรับการพิมพ์หนังสือเพื่อได้หนังสือที่คุณภาพตรงตามที่กำหนดและที่ต้องการ

โจทก์ในฐานะผู้รับจ้างจึงต้องปฏิบัติตามสัญญาอย่างเคร่งครัดและเมื่อมีความผิดพลาดจากผู้ว่าจ้างคือองค์การค้า โจทก์ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญาจ้างจึงจำเป็นต้องมีหนังสือเป็นเอกสารไปยังองค์การค้า

ดังนั้นช่วงที่รอความชัดเจนและรอการยืนยันจากองค์การค้าเป็นเหตุให้โจทก์ต้องหยุดการพิมพ์หนังสือเรียนลงก่อนแต่ในระหว่างที่รอนั้น องค์การค้าก็ได้จัดส่งหนังสือมาให้ ซึ่งโจทก์ก็เซ็นรับแต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ กับปกหนังสือนั้น เพราะการพิมพ์หนังสืออยู่ในขั้นตอนการพิมพ์เนื้อในหนังสือ ยังไม่เข้าปก แต่การพิมพ์ได้หยุดลง เพื่อรอให้องค์การค้ายืนยันว่าให้ดำเนินการพิมพ์อย่างไรเสียก่อน

เมื่อได้รับการยืนยันในวันที่ 28 มี.ค. โจทก์ก็เริ่มดำเนินการพิมพ์ต่อและเร่งการพิมพ์มากขึ้นเพราะเสียเวลาการรอคำตอบ เมื่อเร่งการพิมพ์จนถึงการพิมพ์ปกหนังสือเพื่อเข้าเล่มประมาณต้นเดือน เม.ย.ก็ได้นำหนังสือที่ได้รับเข้าทำการพิมพ์เข้าเล่ม แต่ปรากฏว่าเมื่อพิมพ์ปกหนังสือ และเข้าเล่มจำนวนปกหนังสือที่บรรจุมาในพาเลทมีจำนวนปกไม่ตรงกับจำนวนในใบแจ้งสถานะที่ระบุจำนวนปกหนังสือว่ามีเท่าใด

ทำให้การผลิตหนังสือและการเข้าเล่มต้องหยุดลงเพราะหากพิมพ์ต่อไปจะเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากเนื่องจากหากหนังสือมีจำนวนไม่เพียงพอกับเนื้อในหนังสือในแต่ละรายการก็จะเกิดความเสียหาย เนื้อในหนังสือต้องมีการขนย้ายเนื้อในที่เหลือออกและหากเกิดความเสียหายก็ต้องพิมพ์ใหม่ ซึ่งไม่อาจพิมพ์ได้เพราะเพลทหรือแม่พิมพ์เสียไปแล้ว จำนวนหนังสือก็จะได้ไม่ครบตามจำนวนก็จะเป็นการผิดสัญญาและการเริ่มต้นพิมพ์ปกหนังสือในแต่ละครั้งต้องมีการตั้งเครื่องใหม่ทุกครั้งและทดลองพิมพ์จนกว่าเครื่องจะนิ่งจึงจะสามารถพิมพ์เข้าปกได้ซึ่งจะทำให้มีการสูญเสียหนังสือเกินกว่าที่กำหนดก็เป็นเหตุให้ผิดสัญญาได้อีก

เมื่อปกหนังสือไม่ตรงกับจำนวนจึงทำให้เกิดความเสียหายในการพิมพ์อย่างมาก

เมื่อโจทก์ทราบจึงได้เร่งตรวจนับจำนวนหนังสือในแต่ละรายการทั้งหมดว่าตรงกับใบแจ้งสถานะที่ระบุจำนวนปกที่ส่งมาหรือไม่ ปรากฏว่าจำนวนปกที่นับได้ไม่ตรงกับที่แจ้งในใบสถานะ คือมีจำนวนน้อยกว่าและยังพบว่าปกหนังสือที่ส่งมานั้นมีปกที่เสียหายไม่สามารถนำไปพิมพ์เข้าเล่มได้อีกจำนวนหนึ่งซึ่งจำนวนที่ขาดนั้นมีจำนวนมาก โจทก์จึงได้รับแจ้งโดยทางวาจาผ่านระบบออนไลน์ไปยังองค์การค้าในวันที่ 9 เม.ย. ฉะนั้นโจทก์จึงออกหนังสือแจ้งไปยังองค์การค้าในวันที่ 10 เม.ย. ไม่ใช่วันที่ 15 เม.ย.ตามที่จำเลยที่ 4 ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด เพื่อให้องค์การค้าส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมตรวจนับผลการร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่องค์การค้าและโจทก์ ตัวหน้าปกหนังสือที่ส่งมาพบว่าผลหนังสือมีจำนวนไม่ครบตามที่ระบุในใบสถานะบนหนังสือที่ส่งมาขาดเป็นจำนวนมากและยังมีบางส่วนเสียหายเป็นเหตุให้การพิมพ์ต้องล่าช้าออกไป ก็คือวันที่ 27 เม.ย.ไม่ใช่วันที่ 26 มี.ค.ตามที่มีการให้สัมภาษณ์ของจำเลยแต่อย่างใด

และวันที่ 8 พ.ค.จำเลยที่ 1 ได้ให้ข่าว ว่า ”การจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนองค์การค้าในเรื่องการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนที่ผ่านมาได้มีการจัดทำแผนการพิมพ์ไว้แล้วแต่มีบริษัทหนึ่งมีปัญหาในการส่งล่าช้ากำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาจะทำอย่างไร“ แม้จะไม่ระบุชื่อโจทก์แต่ก็เป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าหมายถึงบริษัทโจทก์เนื่องจากโจทก์เป็นผู้เดียวที่เสนอข่าวถึงข้อผิดพลาดข้อพิรุธและปัญหาการจัดจ้างผลิตหนังสือเรียนขององค์การค้า ถ้อยคำที่จำเลยที่หนึ่งกล่าวหาโจทก์ว่าเป็นบริษัทที่มีปัญหาเป็นบริษัทที่ไม่มีความสามารถในการพิมพ์เป็นข้อความที่ใส่ร้ายให้ร้าย ต่อบุคคลที่สามทั้งที่จำเลยที่หนึ่งทราบอยู่แล้วว่าโจทก์มีหนังสือเรียนจำเลยที่หนึ่งตั้งแต่เริ่มต้นโครงการว่ามีปัญหาตามที่กล่าวมาแต่ไม่มีการแก้ไขปัญหาใดใดให้ถูกต้อง ดังนั้นจำเลยที่หนึ่งยังรับรองการดำเนินการขององค์การค้าว่าดำเนินการจัดจ้างพิมพ์หนังสือเรียนปี 2567 นั้นถูกต้องโปร่งใสจึงทำ เมื่อจำเลยที่หนึ่งทราบปัญหาตั้งแต่ต้นอย่างดีจะต้องมีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหากทราบหรือพบปัญหาอุปสรรคแล้วต้องบัญชาสั่งการให้มีการแก้ไขให้ถูกต้องเป็นธรรม ละเลยปล่อยให้ปัญหาการจ้างพิมพ์หนังสือเกิดขึ้น ส่วนการให้ข่าวว่าโจทก์เป็นบริษัทที่มีปัญหาเป็นการกระทำที่มีเจตนาส่วนตนใส่ร้ายให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเพื่อให้บุคคลที่สามและประชาชนทราบโดยทั่วไปว่าโจทก์เป็นโรงพิมพ์ที่ไม่มีความสามารถมีปัญหาไม่สามารถพิมพ์หนังสือเรียนให้แก่องค์การค้าของสกสศ.ได้ ทำให้โจทก์เสียหายเป็นจำนวนมาก การให้ข่าวไม่ใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้ากระทรวงศึกษาธิการเป็นการให้ข่าวในฐานะส่วนตนเพราะไม่ใช่หน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะให้ข่าวใส่ร้ายผู้อื่น การกระทำของจำเลยที่หนึ่งถึงสี่เป็นการร่วมกันกระทำในฐานะส่วนตัวไม่ใช่การกระทำในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่เป็นการร่วมกันแสดงเจตนาใส่ร้ายโจทก์เป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของรัฐตามอำนาจหน้าที่ของตน

การกระทำของจำเลยที่ 1-4 โดยเจตนาทั้งที่ทราบข้อมูลข้อเท็จจริงซึ่งหากเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ก็ต้องตรวจสอบข้อมูลต่างๆ และแก้ไขปัญหาเพื่อให้การพิมพ์หนังสือสำเร็จลุล่วงไปตามวัตถุประสงค์ ไม่ใช่กลับมาปกปิดบิดเบือนข้อเท็จจริงและนำข้อความอันเป็นเท็จเผยแพร่ต่อบุคคลทั่วไป จึงเป็นการกระทำในฐานะส่วนตัวเพื่อมุ่งหวังให้โจทก์ประกอบธุรกิจโรงพิมพ์ต้องเสื่อมเสียได้รับความเสียหาย เป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกเลิกจ้างงาน ถูกยกเลิกงาน ถูกปฏิเสธไม่ให้โจทก์เข้าเสนองานรับจ้างพิมพ์ เมื่อมีการเสนอข่าวให้ร้ายโจทก์การกระทำจึงเป็นการละเมิด ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การกระทำดังกล่าวข้างต้นกลับเอามาเป็นเหตุบอกเลิกสัญญากับโจทก์ทั้งที่โจทก์ไม่มีความผิด ทำให้โจทก์ต้องสูญเสียรายได้อันเกิดจากรับจ้างพิมพ์หนังสือเรียน โจทก์จึงเรียกค่าเสียหายจำเลยที่ 1-4 รวม 200 ล้านบาท

โดยภายหลังไต่สวนพยานโจทก์เสร็จทางทนายจำเลย และอัยการแก้ต่างแถลงศาลว่า คดีมีเอกสารจำนวนมากขอเลื่อนวันซักค้านพยานโจทก์ในนัดหน้า ทนายโจทก์ไม่ค้านศาลอนุญาตเลื่อนนัดเป็น 24 ก.พ. 2568 เช้าบ่าย

ภายหลังศาลไต่สวนคำร้องเสร็จสิ้น นายนัทธพลพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ตนมาอ่านคำเบิกความให้กับทางทนายความของจำเลยและอัยการฟัง ซึ่งทางอัยการบอกกับตนว่าขอนำข้อมูลที่ตนได้เตรียมไว้ทั้งเอกสารแนบ กลับไปตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเสียก่อน หลังจากนั้นจึงจะมาซักค้าน ในวันที่ 24 ก.พ. 2568 ต่อไป

เมื่อถามว่าคดีนี้จำเลยใช้อัยการแก้ต่างแทนหรือไม่ นายนัทธพลพงศ์ กล่าวว่า จำเลยใช้อัยการเป็นผู้แก้ต่างบางส่วน เมื่อถามว่าในวันนี้มีการถอนฟ้องจำเลยด้วยหรือไม่ นายนัทธพลพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้จำเลยที่ 5 ที่ถูกถอนฟ้องเนื่องจากทางตัวจำเลยเองกล่าวว่า เขานำเสนอตามที่จำเลยที่ 1-4 ได้ข้อมูลมา ทำให้แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีเจตนาในการกล่าวร้ายต่อบริษัทของตน.