สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า “ไม่ว่าจะมีเหตุกระทบกระทั่งมากน้อยแค่ไหน” อิสราเอลพยายามมาตลอด ในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์โจมตีฐานที่มั่นของทหารอิสราเอล บนเนินเขาฮาร์ ดอฟ ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน และเป็นพื้นที่ซึ่งรู้จักในระดับนานาชาติว่า “ฟาร์มชีบา” ถือว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และอิสราเอล “ต้องตอบโต้อย่างสาสม”
หลังจากนั้นไม่นาน กองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์ ว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตามพื้นที่หลายแห่งในเลบานอน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว อย่างน้อย 9 ราย
Citing a UN peacekeeping source, CNN’s chief international correspondent Clarissa Ward, reported that “Israel has violated that ceasefire about 100 times.”
— Middle East Eye (@MiddleEastEye) December 2, 2024
The Lebanese health ministry on Monday said that at least nine people were killed in Israeli air strikes on two towns in… pic.twitter.com/Hq3F11Ptfu
ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ ว่าอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนมายังเลบานอน “แทบทุกวัน” แม้ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้แล้ว จึงมีความจำเป็นเช่นกัน ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องตอบสนอง
ด้านนายกีเดียน ซาร์ รมว.การต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า ข้อมูลข่าวกรองของรัฐบาลเทลอาวีฟ บ่งชี้ว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงเคลื่อนไหวบริเวณทางตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน และมีสัญญาณของการเคลื่อนย้ายสรรพาวุธ ถือเป็นการที่อีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน “โดยหลักการ”
ทั้งนี้ หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการหยุดยิง คือการที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว เช่นเดียวกับอิสราเอลต้องถอนทหารออกไปภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ แล้วให้ทหารเลบานอนเข้ามาประจำการแทน.
เครดิตภาพ : AFP



