เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยกเลิกภารกิจลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ในเวลา 14.30 น. เป็นการเร่งด่วน เนื่องจากมีภารกิจสำคัญในการเดินทางไปยังจังหวัดระนอง จากนั้นเวลา 15.30 น. นายอนุทิน เดินทางมายัง จ.ระนอง ลงพื้นที่โกดังบริษัท 168 ทรานสปอร์ต โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งเป็นโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ที่บริเวณถนน 4080 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จ.ระนอง 

โดยเจ้าหน้าที่กองบังคับการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามและความมั่นคงรูปแบบใหม่และปราบปรามภัยแทรกซ้อน 14 จังหวัดภาคใต้ ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ แจ้งว่ามีการลักลอบจัดเก็บสินค้าหนีภาษีของชาวต่างชาติซึ่งเป็นชาวเมียนมา จึงประสานกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร (ชุดปฏิบัติภัยแทรกซ้อน ร.25พัน2) และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองระนอง ได้เข้าทำการควบคุมสินค้าในโกดังดังกล่าว  ซึ่งในขั้นต้นได้ตั้งข้อสงสัย ว่าเป็นสินค้าลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่านกรรมวิธีทางศุลกากร ซึ่งในการตรวจสอบเบื้องต้น พบสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ (ใช้ในโรงงานและโรงแรม) และเครื่องปรับอากาศแบบร้อนและแบบเย็น มีมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท จึงได้ร่วมกันตรวจยึดสินค้า พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมคัดแยกสินค้า และทำการตรวจสอบที่มาของสินค้าต่อไป 

โดยนายกฯ ได้เดินตรวจสอบสินค้าหนีภาษีภายในโกดังดังกล่าว พร้อมสอบถามว่า รู้จักกับเจ้าของหรือไม่ มีหลายอย่างเลยทั้งตู้เย็น ตู้แช่ เป็นต้น

จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า  ความจริงตนลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต ดูเรื่องบุกรุกที่สาธารณะ และตนได้รับรายงานการตรวจจับสินค้าเถื่อนรายใหญ่ที่ระนอง จึงเข้ามาตรวจสอบเพราะรัฐบาลมีนโยบายมุ่งปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เมื่อมาเห็นโกดังนี้รู้สึกตกใจเพราะมีการเก็บกักตุนสินค้าที่เชื่อว่าไม่ได้เสียภาษี น่าจะเป็นการแจ้งว่าเป็นสินค้าผ่านแดนไม่เกิน 30 วันแต่ถ้าเกิน 30 วัน สินค้าจะตกเป็นของแผ่นดิน และเท่าที่ทราบสินค้าเหล่านี้น่าจะเกิน 30 วันแล้ว อย่างไรก็ตามเราจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการนำหลักฐานการเสียภาษีมาแสดง หากเสียภาษีอย่างถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่เสียภาษีคงดำเนินคดีและสืบไปถึงต้นตอว่ามีเครือข่ายอย่างไรบ้าง โดยโกดังแห่งนี้มีสินค้าทุกรูปแบบตั้งแต่ของทั่วไปจนถึงแอร์ 2,000 กว่าเครื่อง ปั๊มน้ำ ตัวแช่แข็ง จากการสอบถามผู้ร่วมจับกุม มีการรายงานว่าหลังจากจับกุมได้มีโทรศัพท์ลึกลับเข้ามาให้ล้มเลิกการจับกุม และรีบออกจากสถานที่เพราะรู้จักนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงมีโทรศัพท์จากฝั่งเมียนมาเข้ามาด้วย 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ต้องชื่นชมผู้จับกุมที่ไม่กลัวไม่มีความหวั่นไหว วันนี้พวกตนมาอยู่ตรงนี้แล้วก็ไม่มีผู้ใหญ่ที่สูงกว่านี้มาเคลียร์เรื่องนี้ได้คงไม่ต้องกังวลอะไร เราดำเนินคดีอย่างเต็มที่และการปราบปรามจะมีเรื่อยๆ อย่างน้อยปราบไม่ได้ก็จะยึดให้เป็นของแผ่นดิน อย่างไรก็ตามสินค้าที่ยึดได้วันนี้เป็นของทั่วไปยังไม่มีอะไรเป็นอันตรายต่อความมั่นคง จากนี้หากพิสูจน์การเสียภาษีไม่ได้ก็ต้องยึดเป็นของแผ่นดินต่อไป หากใครยังลักลอบนำเข้าต้องขอบคุณล่วงหน้าไม่รอดพวกเราแน่นอน.