กรณี นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม และ ว่าที่ ร.ต.รภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาบรรดาตัวแทนผู้เสียหายกว่า 270 ราย แต่งกายไว้ทุกข์สีดำ ถือป้ายไวนิลขนาดใหญ่หลายแผ่น ระบุข้อความ อาทิ “ระบบมีปัญหา ตรวจสอบไปตรวจสอบมา โยนให้จิ้งจก”, “ตอนรับสินค้าครบ 100% แต่ตอนนับสต๊อกของเกินมาจากไหน ระบบล่องหน?”, “ลงทุนลงแรงเพื่อสร้างอนาคต แต่สุดท้ายหมดตัวสะงั้น” เป็นต้น เดินทางเข้าร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้ช่วยเหลือตรวจสอบบริษัทแห่งหนึ่ง จากลักษณะแผนธุรกิจให้ลงทุนเปิดร้านค้าแฟรนไชส์ ก่อนมีการอ้างว่ามีการผิดสัญญาเกิดขึ้น จนทำให้มีความเสียหายรวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นตัวแทนรับเรื่อง เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับการเปิดเผยว่า ภายหลังกลุ่มผู้เสียหายมายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอให้ตรวจสอบ ขณะนี้การประมวลเรื่องและเอกสารต่างๆ ยังอยู่ในการดำเนินการของกองบริหารคดีพิเศษ เพื่อจะได้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามลำดับ ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายมองประเด็นความผิดทางอาญา และให้ดีเอสไอตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพ์ และฉ้อโกงประชาชน หรือไม่นั้น ก็อยู่ในกระบวนการของดีเอสไอเช่นเดียวกันว่าพฤติการณ์ความเสียหายเป็นอย่างไร

ซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามี 2 กองคดีที่จะมีความเกี่ยวข้องรับผิดชอบสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ประกอบด้วย กองกิจการอำนวยความยุติธรรม และกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ หากสืบสวนพบว่ามีมูลเข้าข่ายเป็นความผิด กองคดีนั้นๆ ก็จะต้องเสนอเรื่องไปยังอธิบดีฯ แต่ตอนนี้อาจไม่เข้าข่ายเป็นส่วนรับผิดชอบของกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ เนื่องด้วยแผนธุรกิจมีลักษณะเป็นแฟรนไชส์ ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ อีกทั้งในการสืบสวนจะต้องไปดูเรื่องของเอกสารสัญญา และเนื้อหาที่ปรากฏบนเว็บไซต์ หากมีความคืบหน้าอย่างไร จะได้มีหนังสือแจ้งกลับไปยังผู้ร้องเรียนให้รับทราบสถานะของการดำเนินการของดีเอสไอ.