สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ว่า โออีซีดี ไม่เคยระบุชื่อทรัมป์ในบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกล่าสุด แต่หลังจากทรัมป์ให้คำมั่นว่า จะขึ้นภาษีสินค้านำเข้ากับประเทศคู่ค้าของสหรัฐ เมื่อเขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง ในวันที่ 20 ม.ค. หน่วยงานจึงกล่าวเตือนถึงมาตรการที่เป็นไปได้ของทรัมป์
อนึ่ง ทรัมป์เคยกล่าวไว้ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐว่า เขาจะปรับขึ้นภาษีในอัตราอย่างน้อย 10% กับสินค้าทุกประเภทที่ส่งออกมายังสหรัฐ อีกทั้งเขาให้คำมั่นว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 25% กับแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับต้น ๆ ของสหรัฐ
The global economy remains resilient.
— Mathias Cormann (@MathiasCormann) December 4, 2024
Today, Chief Economist @santospereira_a and I launched the OECD #EconomicOutlook, highlighting that global economy is expected to grow 3.3% in 2025 and 2026, amidst high geopolitical risks and uncertainties.
???? https://t.co/j0ZDFa1X5L pic.twitter.com/crEDetKd7M
แม้โออีซีดี ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก ในปี 2568 เป็น 3.3% อย่างไรก็ตาม องค์กรก็เตือนว่า การกีดกันทางการค้าที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุด ทำให้เกิด “ความเสี่ยงด้านลบ” ควบคู่กับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และหนี้สาธารณะที่สูง
“การเพิ่มมาตรการจำกัดทางการค้า อาจทำให้ต้นทุนและราคาสินค้าสูงขึ้น ขัดขวางการลงทุน ตลอดจนส่งผลให้นวัตกรรมอ่อนแอ และทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงในท้ายที่สุด” โออีซีดี ระบุเพิ่มเติม “การเพิ่มข้อจำกัดทางการค้าระดับโลก จะทำให้ราคาสินค้านำเข้า และต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รวมถึงลดมาตรฐานการครองชีพของผู้บริโภค”.
เครดิตภาพ : AFP



