ติดตามกันต่อกับเรื่องราวของ “โค้ชเปรม” อัครพล อ่อนศรี หนึ่งเดียวของไทยในลีกกัมพูชา หลังทราบเรื่องราวของ “โค้ชเปรม” กันไปแล้ว วันนี้ โค้ชจะพาไปทำความรู้จักกับ “ลีกเขมร” และที่นั่นแตกต่างจากบ้านเราอย่างไร รับรองว่าน่าสนใจ และมีหลายเรื่องที่เรายังไม่รู้
อยากให้โค้ชเปรมเล่าถึงลีกกัมพูชาให้แฟนบอลทราบกันหน่อยครับ?
ที่ลีกกัมพูชาจะมีทั้งหมด 11 ทีมครับ โดยจะเตะทั้งหมด 3 เลกครับ ซึ่งเลกที่ 3 จะเอาอันดับ 1-6 มาเตะเหย้าเยือนครับ ส่วน 7-11 ก็เหมือนกันครับ เขาจะแบ่งแบบนี้ครับ
ในแต่ละเกมค่อนข้างจริงจังอยู่แล้วครับ ด้วยความที่มาตรฐานลีกของเขา ค่อยๆ พัฒนาขึ้นมากครับ คนดูในสนามก็หลักพันขึ้นนะครับ โดยเฉพาะทีมที่ผมอยู่ เป็นทีมค่อนข้างใหญ่ครับ ในอดีตประสบความสำเร็จมาเยอะมากครับ แต่ตอนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายครับ อารมณ์จะคล้ายๆ เมืองทอง ยูไนเต็ดครับ

ไปทำงานอยู่ที่โน่นมีปัญหาอะไรหรือการร่วมงานกับนักเตะกัมพูชาเป็นยังไง?
ส่วนตัวผมเองไม่ค่อยมีปัญหาอะไรครับ เรื่องการทำงาน เราก็โฟกัสงานของเราครับ มีบางช่วงดีบางช่วงไม่ดีก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ ตอนนี้ก็ค่อนข้างปรับตัวได้แล้วครับ
การทำงานกับนักฟุตบอลค่อนข้างดีเลยครับ เรามีการพูดคุยกันตลอด ก็คือช่วยกันทุกอย่างครับ เพราะว่าย้อนกลับไป ผมก็เรียกประตูทุกคนมานั่งคุยครับ แล้วก็ถามถึงเป้าหมาย ซึ่งทุกคนก็มีเป้าหมายเดียวกันครับ ก็เหมือนกับลงเรือลำเดียวกันแล้ว มีอะไรก็ต้องช่วยกัน เป็นการทำงานที่ค่อนข้างโอเคครับ

เอาตรงๆ ศักยภาพนักฟุตบอลกัมพูชาตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ?
ศักยภาพนักฟุตบอลของเขา จริงๆ ไม่ใช่ไม่ดีเลยนะครับ นักฟุตบอลเขามีศักยภาพที่ดีครับ แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการตัดสินใจเวลาลงไปเล่นครับ และเรื่องของการดูแลตัวเองครับ
ผมคิดว่าเนื่องจากตอนพวกเขาเด็กๆ ไม่ได้ถูกฝึกหรือถูกสอนมาในกระบวนการที่น่าจะเป็นครับ แต่ผมคิดว่าในอนาคตจะดีมากๆ เลยครับ

สุดท้ายนี้ หลังผ่านประสบการณ์มากมาย อยากให้แสดงความคิดเห็นถึงวงการฟุตบอลไทยในมุมของตัวเองหน่อยครับ?
จริงๆ ผมรู้สึกว่าไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จเรื่องฟุตบอล เราไม่ควรมองแค่ทีมชาติชุดใหญ่ที่อยู่บนยอดพีระมิดอย่างเดียวครับ แต่สิ่งที่ควรเน้นคำนึงถึงมากที่สุดคือระบบเยาวชนครับ หรือให้มองลึกไปกว่านั้นเลยคือ grassroots ฟุตบอลครับ
จะทำยังไงให้ประเทศเรามีประชากรฟุตบอลเพิ่มขึ้น มีคนอยากเล่นฟุตบอลมากขึ้น เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มตัวเลือกให้กับฟุตบอลไทย ถ้าเรามีทรัพยากรมากขึ้น เราก็จะมีคนเก่งๆ มากขึ้น การดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของเยาวชน การแข่งขันฟุตบอลในระบบเยาวชนเรามีมากพอหรือยัง หรือที่มีจะจัดการแข่งขันยังไง ให้ภายใน 1 วันไม่ต้องแข่ง 2-3 แมตช์ต่อวัน

ถ้าเราไปดูประเทศที่เขาไปฟุตบอลโลก เขาทำกันยังไง ทำไมเราไม่ลองทำแบบเขาดูบ้าง ก่อนทีมชาติชุดใหญ่จะไปฟุตบอลโลก มองย้อนกลับมาที่ฟุตบอลเยาวชนเราครับ ว่าไปฟุตบอลโลกสม่ำเสมอแล้วหรือยัง ส่วนตัวคิดว่าเราทำได้ครับ ถ้าเราใส่ใจกับมันจริงๆ ทำได้แน่นอนครับ
ถือเป็นข้อคิดที่ดีทีเดียวสำหรับวงการฟุตบอลไทย และจำชื่อโค้ชหนุ่มคนนี้ “โค้ชเปรม” อัครพล อ่อนศรี เอาไว้ให้ดี เชื่อว่าในอนาคตจะก้าวขึ้นมาสร้างชื่อในวงการฟุตบอลไทยได้แน่นอน.



