เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทรราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุถึงกรณีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ว่า ตนเหลืออดจริงๆ การที่นายพิชัย พูดในที่สาธารณะถึงแนวความคิดในการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 15 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่มีคนรายได้ปานกลางจนถึงผู้มีรายต่ำ เป็นอย่างมากถึง 100 เปอร์เซ็นต์

นายจุลพงศ์ กล่าวว่า เศรษฐกิจตอนนี้ไม่มีความเฉื่อย รัฐบาลควรจะคิดถึงเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ลดรายจ่ายของประชาชน แต่กลับมาคิดเพิ่มรายจ่ายของประชาชน ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง พูดในงานสัมมนาว่าคิดเรื่องนี้ทั้งคืน ไม่รู้จะอธิบายกับประชาชนอย่างไร ถ้าอธิบายไม่เข้าใจ ท่านไม่รู้จะอยู่รอดหรือไม่ แต่ตนคิดว่าคนไทยฟังเรื่องนี้แล้ว เขาไม่คิดว่าท่านจะอยู่รอดหรือเปล่า คนไทยเราสนใจตัวเองว่าจะอยู่รอดหรือไม่ ถ้ารัฐบาลขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รับรองว่ากระทบกับประชาชนแน่ๆ ตนขอเรียกร้องไปยังรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หยุดพูดเรื่องนี้ และศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ถ้าจะปฏิรูปภาษีก็ปฏิรูปทั้งระบบ ทำความเข้าใจกับประชาชนว่าเพราะอะไร เพราะต้องการหารายได้เพิ่มหรือไม่ เพราะรัฐบาลสิ้นคิดในการหารายได้หรือไม่ และหากขึ้นภาษีมาแล้ว ที่จะวนกลับมาใช้ประโยชน์กับประชาชนอย่างไรบ้าง ไม่ใช่แถลงไป 2-3 เดือน แล้วก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เหมือนกับโครงการที่ผ่านมา

นายจุลพงศ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องภาษีนิติบุคคล ตนว่าแปลกหรือไม่ รัฐบาลชี้แจงว่าขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มประชาชน แต่กลับลดภาษีนิติบุคคลให้กับธุรกิจ เพื่อจะสร้างความเป็นธรรม ตนสงสัยว่าสร้างความเป็นธรรมตรงไหน 

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่มีการเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีความคิดขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับโดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก นายจุลพงศ์ กล่าวว่า จาก 7 เป็น 15 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนมีผลกระทบ จะขึ้นจริงไม่จริงไม่ทราบ แต่การพูดเรื่องภาษีขึ้น เงินเดือนขึ้นมาล่วงหน้า ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการขึ้นราคา ก็ขึ้นล่วงหน้ารอแล้ว

ส่วนที่นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะไม่มีการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วนั้น นายจุลพงศ์ ระบุว่า เป็นการแสดงตัวอย่างหนึ่ง ว่ายังไม่มีการศึกษาอะไรเลย และ รมว.คลัง นึกจะพูดอะไรก็พูดออกมา ลองนึกดู ถ้ารัฐมนตรีแต่ละคนพูดไม่เหมือนกัน มันไม่น่าใช่วิธีการบริหารเศรษฐกิจของประเทศที่ดี.