ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ทรงคุณค่าและมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อวงการบันเทิงไทยมาตลอดตั้งแต่ยึดอาชีพนักแสดง และผู้กำกับละครในการเลี้ยงชีพ สำหรับ อาตู่ นพพล โกมารชุน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) ประจำปี พุทธศักราช 2564 แห่งค่ายเป่าจินจง ที่ล่าสุดคว้ารางวัล D-HONOR จากงานประกาศรางวัล “Dailynews Awards 2024” งานสุดอลังการในรอบ 6 ทศวรรษของ “เดลินิวส์” สื่อมวลชนยักษ์ใหญ่ที่อยู่เคียงข้างประชาชนชาวไทยมาอย่างยาวนาน

โดยรางวัลนี้ถือเป็นปฐมฤกษ์ของเดลินิวส์ ที่ได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้แก่บุคคลที่เป็นที่เคารพรักของคนร่วมอาชีพในวงการบันเทิง ตลอดจนเป็นบุคคลที่ทำงานและได้พัฒนาวงการบันเทิงมาตลอด ซึ่งหากใครได้ติดตามผลงานของอาตู่นั้นจะทราบดีว่า อาตู่ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ได้รับคำชื่นชมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องการตรงต่อเวลา การแสดงที่มีเสน่ห์หาตัวจับยาก การเข้าถึงบทบาท ตลอดจนการเคารพและให้เกียรติเพื่อนร่วมทุกคน ทำให้อาตู่กลายเป็นที่รักของเพื่อนร่วมอาชีพและแฟนๆ ได้อย่างมากมาย

ขณะเดียวกันเมื่ออาตู่ผันตัวเองมาเป็นผู้กำกับผลิตชิ้นงานต่างๆ ในวงการบันเทิง ก็มักจะสอดแทรกข้อคิดในเรื่องต่างๆ ทั้งความรักชาติ ความสามัคคี ครอบครัว คติและข้อคิดลงไปในงานเสมอๆ เพื่อให้ประโยชน์กับคนดู ซึ่งถือเป็น “ความรับผิดชอบ” ในอาชีพที่หลายคนชื่นชม อาทิ สุดแต่ใจจะไขว่คว้า (2532), บังเกิดเกล้า (2541), เก็บแผ่นดิน (2544), แม่อายสะอื้น (2547), สาปพระเพ็ง (2556) เป็นต้น โดยทุกๆ ผลงานของอาตู่นั้น ถูกพูดถึงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะการกำกับภาพ หรือบท ตลอดจนการคัดเลือกนักแสดงที่มีจิตใจมุ่งมั่นในการทำงาน ซึ่งทำให้งานทุกๆ ชิ้นของอาตู่นั้น ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง

จนในปี พ.ศ. 2564 อาตู่ นพพล ได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) ประจำปี พุทธศักราช 2564 จากกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ท่ามกลางความชื่นชมของคนในวงการ และแฟนๆ ละครของอาตู่ ซึ่งหลังจากได้เป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว อาตู่ก็ไม่เคยละทิ้งอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อแฟนๆ ยังคงมุ่งมั่นทำงานหนัก เพื่อผลิตชิ้นงานดีๆ ออกมาเสมอ และไม่ว่ากาลเวลาจะผันเปลี่ยนไปนนานแค่ไหน ชื่อของ “อาตู่ นพพล” ก็เป็นชื่อแรกของวงการบันเทิงที่คนนึกถึง ไม่ว่าจะด้วยการทำงานหรือการวางตัวที่เหมาะสม จนเป็นแบบอย่างให้กับนักแสดงอีกหลายต่อหลายคนในวงการบันเทิงได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตามนั่นเอง

และในวันนี้ “เดลินิวส์” ก็ได้เล็งเห็นถึงคุณูปการต่างๆ ที่อาตู่มีต่อวงการบันเทิงไทย เป็นฟันเฟื่องสำคัญในการผลักดันให้วงการบันเทิงเป็นที่พูดถึงไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม จึงไม่แปลกหากวันนี้ หลายคนจะนึกถึงคำว่า “ดาวค้างฟ้า” เมื่อพูดถึงอาตู่ เพราะการจะเป็น “ดาว” นั้นว่ายากแล้ว แต่การเป็นดาวที่ยังคงส่องแสงและช่วยพยุงวงการบันเทิงให้ไปต่อ เป็นเรื่องที่ยากมากกว่า แต่อาตู่ หรือ “นพพล โกมารชุน” ที่แฟนๆ รู้จักนั้น ได้ทำหน้าที่เป็นดาวนำทางให้ลูกศิษย์ลูกหาในวงการบันเทิง ได้ก้าวตามรอยต่อไปได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว









