นาย ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีการระบายนมค้างสต๊อกขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ว่า ได้รับรายงานข้อเท็จจริงเรื่องนมค้างสต๊อกที่เสียหายมานานกว่า 9 เดือน กว่า 90 ล้านกล่อง มูลค่าน้ำนมดิบรวมกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งกำลังถูกระบายออก แต่กลับมีกระแสครหาและตั้งคำถามอย่างหนักจากสังคมว่า กระบวนการจำหน่ายดังกล่าวดำเนินการอย่างไร มีการนำไปขายต่อในราคาต่ำมากจนเหมือนขายเศษกล่องกระดาษ หรือแอบนำไปให้ฟรีโดยไม่มีการประมูลอย่างโปร่งใส เบื้องต้น ได้สั่งการให้ อ.ส.ค. ระงับการจำหน่ายนมชุดดังกล่าวทันที และสั่งให้ทำรายงานชี้แจงกระบวนการจำหน่ายทั้งหมดส่งตรงถึง นายวัชระพล ขาวขำ รมช. เกษตรฯ เพื่อตรวจสอบว่าถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายและมีมติคณะกรรมการ (บอร์ด) รองรับหรือไม่
“นอกจากปัญหานมค้างสต๊อกแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าองค์กรมีหนี้สินสะสมหมักหนมมาตั่งแต่ปี 2562 ล่าสุดทราบว่าอ.ส.ค. ขอยืมเงินจากกองทุนสงเคราะห์ไปแล้วถึง 600 ล้านบาท ซ้ำร้ายยังเกิดปัญหาภายในจนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิยื่นใบลาออกพร้อมกันถึง 3 ท่าน เหลือเพียงประธานบอร์ดเท่านั้น เราไม่ได้บอกว่าใครผิดถูกเพราะมันสะสมมานาน จะปล่อยให้ขาดทุนเละเทะแบบนี้ไม่ได้ บริษัทเอกชนอื่นเขาอยู่ได้ แต่เราเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐและประชาชนสนับสนุนเต็มที่ ถ้าบริหารดีๆ มันไม่ควรมีปัญหา”
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ อ.ส.ค. ส่งรายงานงบหนี้สินและทรัพย์สินทั้งหมดมาดูจะได้เห็นข้อเท็จจริง ต้องรื้อระบบบริหารจัดการและวางแผนลดหนี้สินให้เห็นผลภายใน 3 เดือน การรื้อระบบครั้งนี้จะพุ่งเป้าไปที่”โครงการนมโรงเรียนที่มีงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลสูงถึง 14,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมามักมีปัญหาแย่งชิงโควตาและเรื่องร้องเรียนคุณภาพนม สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โคนมและผลิตภัณฑ์นม เพิ่งผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภา (สว.) โดยมีการแก้ไข 23 มาตรา ซึ่งกฎหมายใหม่นี้จะดึง 3 ฝ่าย ได้แก่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาครัฐ เข้ามาร่วมเป็นอนุกรรมการระดับท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบโครงสร้างฟาร์มและโรงงานทั่วประเทศ
“จากนี้ไปฝ่ายการเมืองจะเข้ามาดูอย่างเต็มที่ ยึดหลักความจริงเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่เชื่อแต่รายงานของข้าราชการ เป้าหมายคือเกษตรกรอยู่รอด ผู้ประกอบการอยู่ได้ และลูกหลานของเราต้องได้กินนมดีๆ ไม่ใช่เอานมผงผสมน้ำมาให้เด็กกิน ถ้าจะทำแล้วกลัวก็ไม่ต้องทำ ตอนนี้เตรียมอีโต้ฟันปัญหาพอกหางหมูแล้ว”



