จากกรณีการแก้ไขปัญหา 2 ผู้รับเหมาทิ้งงาน 8 โครงการที่ชาวบ้านประณาม 7 ชั่วโคตร หลังประธาน กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎรพร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ จุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งหลังวัดใหม่สามัคคี ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย วัดลำชีศรีวนาราม ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย และชุมชนซอยน้ำทิพย์ เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมแนะทางจังหวัดตั้งโต๊ะให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มแรงงาน ที่ไม่ได้รับค่าจ้าง เนื่องจากผู้รับเหมาขาใหญ่ไม่จ่ายค่าแรง รวมทั้งในส่วนของชาวบ้าน ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ที่เกิดต่อเนื่องยาวนานตลอด 5 ปีเต็ม จึงต้องมีผู้รับผิดชอบทั้งผู้ทิ้งงานและผู้บริหารสัญญาทั้งหมดนี้

คืบหน้า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 67 นายสุทัศน์ เงินเหมื่น “ขุนพลอีสานนักกฎหมายมือหนึ่ง” ที่ปรึกษาประธาน กมธ.ป.ป.ช.สภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ที่ได้ร่วมกับ ดร.ฉลาด ขามช่วง ประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎรและคณะ ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ได้กล่าวถึงปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน ว่า โครงการนี้ก่อนที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ เป็นสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก กว่าที่พี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน จะเสนอปัญหาและความต้องการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ก็จะต้องทำการประชาคมร่วมกับผู้นำชุมชน อบต. เทศบาล ขอมติลงความเห็น ส่งเรื่องต่อ สส.พื้นที่นำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหาความเดือดร้อน เมื่อได้รับการอนุมัติ มีงบประมาณมาลงพื้นที่ พี่น้องประชาชนก็ดีใจ

“แต่โครงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งที่ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อได้งบประมาณมาแล้วทำไมทำไม่เสร็จ เห็นแล้วก็เหนื่อยใจ พี่น้องประชาชนก็รอคอยว่าเมื่อไหร่จะแล้วเสร็จเสียที ผู้รับเหมาเอาเงินไปแล้วทั้ง 15% รวมทั้งเบิกจ่ายไปแล้วส่วนหนึ่ง ทำไมไม่ทำต่อให้แล้วเสร็จ ทำไมต้องทิ้งงานหนี กรมโยธาฯ จะว่าอย่างไร ปรับเขาไหม ลงโทษเขาไหม หรือว่าเข้าข้างกัน วันนี้ตัวแทนกรมโยธาฯ ที่มาร่วมชี้แจงต่อคณะ กมธ.ป.ป.ช.ฯ จะต้องรายงานอธิบดีกรมโยธาฯ ว่า กมธ.ป.ป.ช.ฯ มีข้อสงสัยคือ (1) ผู้รับเหมารับเงินไปแล้วทำงานไม่เสร็จ จะลงโทษอย่างไร จะปรับยังไง (2) ทั้ง 8 โครงการ มี 2 บริษัทเป็นผู้รับจ้าง คือประชาพัฒน์และเฮงนำกิจ ก็เป็นผู้รับเหมาคนกาฬสินธุ์ เมื่อเป็นคนกาฬสินธุ์ ทำไมมากินคอกัน ได้งานมาแล้วมีการติดตามยังไง ประกวดราคาถูกต้องหรือไม่ กรมโยธาฯ ต้องไปตรวจสอบ (3) กรมโยธาฯ จะดำเนินการอย่างไรกับบริษัทที่ผิดสัญญา เบิกเงินไปแล้วจะเรียกเงินคืนหรือไม่ จะลงโทษอย่างไร มีการฮั้วกันหรือไม่ (4) บริษัทรับเหมามีมากมาย ทำไมได้ 2 บริษัทแค่นี้ และ (5) จะหางบประมาณมาทำเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งตนจะติดตามการแก้ไขปัญหานี้ ท้ายสุดฝากไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้รับเหมาไม่ว่าจะเป็นคนที่ไหนหรือเป็นคนกาฬสินธุ์ก็ตาม หากทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน และสร้างความเสียหายให้กับงบประมาณแผ่นดิน อย่าไว้หน้า คนกาฬสินธุ์ด้วยกันขออย่าทำบาปต่อกันเถอะ” นายสุทัศน์ กล่าว

ด้าน ด.ต.สมคิด นันทสมบูรณ์ นายกเทศบาลตำบลลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำพาน ความยาว 562 ม. ผู้รับจ้าง หจก.เฮงนำกิจ เริ่มต้นสัญญา 23 ก.ย. 64 สิ้นสุดสัญญา 4 ก.ค. 66 งบ 44,490,000 บาท เบิกจ่าย 13,737,000 บาท กล่าวว่า ในวันที่ประธาน กมธ.ป.ป.ช.ลงพื้นที่ และรับฟังปัญหาจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนก็ได้นำเสนอปัญหา ความเดือดร้อน ที่ส่งผลกระทบต่อคนในพื้นที่และจิตใจพี่น้องประชาชน รวมทั้งเกิดความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินด้วย ทั้งนี้ หลังแจ้งปัญหาและทราบข้อมูลจากทางผู้แทนกรมโยธาฯ ว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหา โดยจะมีผู้รับจ้างรายใหม่มาดำเนินงานต่อประมาณเดือน ก.พ. 68 ตนและพี่น้องประชาชนที่ทราบข่าวต่างก็ดีใจ ถือเป็นของขวัญรับปีใหม่ที่ได้รับมอบจาก “นายกฯ อิ๊งค์” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย

“ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ดร.ฉลาด ขามช่วง ประธาน กมธ.และคณะเป็นอย่างสูง รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ที่ช่วยติดตาม เพื่อให้มีการแก้ไขนี้มาโดยตลอดด้วย นอกจากนี้ ยังอยากจะฝากไปถึงทางจังหวัด ได้ดำเนินการตั้งโต๊ะรับแจ้งปัญหา เพื่อที่จะได้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยระหว่างผู้รับจ้างกับนายจ้าง ให้ได้รับการเยียวยา ทั้งในส่วนแรงงานที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง หรือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เพราะบางรายขาดทุนยับ ไร้อาชีพ ขณะที่แรงงานบางกลุ่มติดหนี้สินท่วมหัว บางรายต้องหากู้เงินมาลงทุนและสูญกว่า 9 ล้านบาท ทำให้ชีวิตครอบครัวพัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า เป็นกรรมที่ไม่ได้ก่อ และควรที่จะได้รับการเยียวยา ตามสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย” ด.ต.สมคิด กล่าว.