“เดอะตุ๊ก” นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย มองว่า นิโคลัส มิคเกลสัน เหมาะที่จะกลับมายืนแบ๊กขวาที่ตัวเองถนัด ในทีมชาติไทย มากกว่าที่จะเล่นแบ๊กซ้าย เพื่อใช้ความสามารถเต็มศักยภาพ
ฟุตบอลอาเซียนคัพ 2024 นัดแรก กลุ่ม A ทีมชาติไทย ประเดิมชนะ ติมอร์เลสเต 10-0 ก่อนที่จะเตะนัดที่ 2 พบ มาเลเซีย วันที่ 14 ธ.ค. 67 เวลา 20.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสด ไทยรัฐ ทีวี (ทั้งทีวี, ยูทูบ, เฟซบุ๊ก), AIS PLAY และยูทูบ BG SPORT

ในเกมแรกนั้น มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือทีมชาติไทย วางให้ นิโคลัส ที่ปกติยืนแบ๊กขวาในทีมชาติไทย โยกมาเล่นแบ๊กซ้าย เหมือนกับที่เจ้าตัวมักเล่นในโอบี โอเดนเซ โดยให้ เจมส์ เบอร์เรสฟอร์ด ยืนแบ๊กขวาแทน ซึ่งเรื่องนี้ นิโคลัส ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ว่า หากให้เลือกได้ก็อยากเล่นแบ๊กขวามากกว่า แต่ก็แล้วแต่โค้ชจะวางตำแหน่ง พร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ขณะที่ “เดอะตุ๊ก” โฆษก และสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แสดงความเห็นในรายการช่อง “แตงโมลงปิยะพงษ์ยิง” ว่า ความเห็นส่วนตัว มองว่า นิโคลัส เล่นแบ๊กซ้าย ทำให้เล่นได้ไม่เต็มความสามารถ มีความประดักประเดิด และการเล่นร่วมกับ อนันต์ ยอดสังวาลย์ ก็มีขัดขังหวะ ไลน์เล่นไม่ได้ เมื่อเติมขึ้นริมเส้นแล้ว ไม่เปิดเท้าซ้าย ต้องล็อกกลับ ทำให้เสียจังหวะ เกมรุกกำลังเข้าตำแหน่ง สถานการณ์ต้องโจมตี ทำให้คู่แข่งตั้งเกมรับทัน ดังนั้นควรให้ มิเคลสัน เล่นตามธรรมชาติ จะได้ไม่พะว้าพะวง ถ้าเล่นทางขวา จะได้โชว์ได้เต็ม 10 ส่วนทางซ้าย มองว่า ทิตาธร อักษรศรี น่าจะได้รับโอกาสในเกมกับ มาเลเซีย เพราะ เจมส์ เบอร์เรสฟอร์ด จากเกมกับ ติมอร์ บางทีลงไม่ทัน อาจเล่นเกมรุกจนชะล่าใจไป

ปิยะพงษ์ แสดงความเห็นด้วยว่า ถ้าทางขวา ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี และ นิโคลัส ลงเล่นด้วยกัน เข้ากันได้ดีมาก ส่วนทางซ้าย วีระเทพ ป้อมพันธุ์ จะเหมือนคนควบคุมเกม เป็นคนสำคัญ ส่วนในตำแหน่ง เซ็นเตอร์ ศฤงคาร พรมศุภะ แม้สกัดเกมรุกได้ดี แต่ไม่ได้สกัดเพื่อกลับมารุกต่อ บอลสมัยใหม่เป็นเรื่องสำคัญ
นอกจากนี้ เดอะตุ๊ก กล่าวด้วยว่า แม้ทีมไทย จะเปิดสนามถล่ม 10-0 แต่ ติมอร์ เล่นคุมโซน ไม่มาร์กคน ยืนช่องว่างเยอะ ไทยจึงไม่ต้องส่งคืนหลัง สิ่งที่ตนอยากเห็นคือทีมไทยเมื่อเจอทีมที่กดดัน เพรสซิ่ง จะเล่นได้ไหม เรื่องนี้ ต่อยอดจากระดับอาเซียน ไปสู่เอเชีย ที่แต่ละทีมจะเล่นเพรสซิ่งเป็นหลัก
สำหรับโปรแกรมที่เหลือของทีมไทย ดีกรีแชมป์ 7 สมัย จากการจัด 14 ครั้งนั้น รอบแรก กลุ่ม A วันที่ 14 ธ.ค. 67 เวลา 20.00 น. พบ มาเลเซีย (ราชมังคลากีฬาสถาน), วันที่ 17 ธ.ค. 67 เวลา 19.30 น. พบ สิงคโปร์ (สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์), วันที่ 20 ธ.ค. 67 เวลา 20.00 น. พบ กัมพูชา (ราชมังคลากีฬาสถาน), วันที่ 26-27 ธ.ค. 67 รอบรองฯ เลกแรก, วันที่ 29-30 ธ.ค. 67 รอบรองฯ เลก 2, วันที่ 2/5 ม.ค. รอบชิงชนะเลิศ.



