กรณีพยาบาลโรงพยาบาลสตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ พบของฝากต้องสงสัยมาเยี่ยมผู้ป่วยโควิด-19 ที่อยู่ระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลสตึก เป็นยาบ้า 8 เม็ด ซุกซ่อนในซองยาเส้นปะปนมาพร้อมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย และกาแฟ โดยมี นายอุทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี กับลูกสาววัย 13 ปี และ นางเสาวนี (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เบื้องต้นอ้างว่ามีคนวานให้นำของเยี่ยมไข้ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่จึงจับกุมพร้อมแจ้งข้อหาทั้งสอง ร่วมกันค้ายาบ้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
รวบแก๊งยาเดลิเวอรี่วิ่งส่งถึงรพ. ห่วงลูกค้าป่วยโควิดรักษาตัวของขาด
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สตึก นำหมายจับเดินทางมายังโรงพยาบาลสตึก ก่อนวิดีโอคอลอ่านหมายจับให้นายอนุชา (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ผู้ป่วยโควิดที่กำลังรักษาอาการป่วยอยู่ ภายหลังสืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานแล้วพบว่าเป็นคนสั่งยาบ้าดังกล่าวมาส่ง อีกทั้งมีหลักฐานเชื่อมโยงคนส่งยาบ้าอีกคนที่ออกอุบายให้ นางเสาวนี และนายอุทัย นำของเยี่ยมผู้ป่วยซุกยาบ้ามามอบให้ จึงนำหลักฐานขออนุมัติหมายจับดังกล่าวแต่เนื่องจากนายอนุชา เป็นผู้ป่วยโควิดจึงต้องอ่านหมายจับผ่านโทรศัพท์มือถือ ให้ นายอนุชา รับทราบข้อกล่าวหา ก่อนอายัดตัวไว้ดำเนินคดี สอบสวนเบื้องต้น นายอนุชา ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนสั่งซื้อยาบ้าจริง โดยทุก 3 วันจะสั่งมาประมาณครั้งละ 10 เม็ด แล้วเอาไปเสพในห้องน้ำผู้ป่วย กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำเบื้องต้นรู้ตัวเอเย่นต์ยาบ้าคนดังกล่าวแล้วอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว คาดจะสามารถจับกุมตัวได้วันนี้ ส่วนนางเสาวนี และนายอุทัย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาก่อนหน้านี้ หลังสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดแล้วเชื่อว่าทั้งสองไม่มีส่วนเกี่ยวกับยาเสพติดดังกล่าว อีกทั้งจากการสอบสวนนายอนุชา ยังรับอีกว่า สาเหตุที่หลอกใช้ให้นางเสาวนี และนายอุทัย ส่งยาบ้า เพราะทั้งสองเป็นคนซื่อในหมู่บ้านจึงหลอกใช้เป็นเครื่องมือ ทั้งสองจึงไม่มีความผิด เจ้าหน้าที่จึงกันตัวไว้เป็นพยานดำเนินคดีนายอนุชา ต่อไป



