วานนี้ (16 ธ.ค. 2567) สำนักข่าวนิวยอร์กโพสต์รายงานกรณีหน่วยปราบปรามการทุจริตของไนจีเรียแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 792 คนในการบุกเข้าตรวจค้นอาคารที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของมิจฉาชีพล่อลวงเหยื่อให้สานสัมพันธ์ฉันคนรัก จากนั้นก็กดดันให้เหยื่อโอนเงินสดมาให้ โดยอ้างว่าเป็นเงินเพื่อลงทุนสกุลเงินดิจิทัลปลอม
วิลสัน อูวูจาเรน โฆษกคณะกรรมการอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและการเงิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา หน่วยงานปราบปรามการทุจริตทางเศรษฐกิจและการเงินของไนจีเรียได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกือบ 800 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวจีน 148 คนและชาวฟิลิปปินส์ 40 คน ที่อาคารเจ็ดชั้นชื่อว่าบิ๊กลีฟ ในเมืองลากอส ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางการค้าของไนจีเรีย
เขาเสริมว่า อาคารสุดหรูแห่งนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์คอลเซ็นเตอร์ของแก๊งมิจฉาชีพ ซึ่งเล็งกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ชาวอเมริกันและชาวยุโรป
สมาชิกของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้จะติดต่อกลุ่มเป้าหมายผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มการส่งข้อความ เช่น วอตส์แอปป์, อินสตาแกรม เพื่อล่อลวงเหยื่อให้สานสัมพันธ์เชิงโรแมนติก หรือเสนอโอกาสการลงทุนที่ดูมีแนวโน้มว่าจะทำกำไรได้ อูวูจาเรนกล่าวกับผู้สื่อข่าว
เมื่อหลอกล่อเหยื่อได้สำเร็จแล้ว สมาชิกแก๊งก็จะกดดันเหยื่อให้โอนเงินสดเข้าโครงการลงทุนเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลปลอมและโครงการที่ไม่มีอยู่จริงอื่นๆ
“ผู้สมรู้ร่วมคิดชาวไนจีเรียถูกว่าจ้างโดยกลุ่มอาชญากรต่างชาติเพื่อคอยหาเหยื่อทางออนไลน์แบบฟิชชิ่ง (ใช้อุบายล่อลวงผ่านช่องทางออนไลน์) โดยมีเป้าหมายเป็นชาวอเมริกัน แคนาดา เม็กซิโก และอีกหลายประเทศในยุโรป” อูวูจาเรนกล่าว
“เมื่อสมาชิกแก๊งชาวไนจีเรียหลอกเหยื่อที่เป็นเป้าหมายให้ตายใจได้สำเร็จ สมาชิกแก๊งที่เป็นชาวต่างชาติจะเข้ามารับหน้าที่หลอกลวงเหยื่อแทน” เขาอธิบายขั้นตอน
อูวูจาเรนกล่าวว่า คณะกรรมาธิการกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศและจะตรวจสอบความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการได้ยึดคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และยานพาหนะต่าง ๆ ในการบุกจู่โจมครั้งนี้ไว้แล้ว
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



