นายประพาฬ กาญจโนภาศ ผู้จัดการงานขาย บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า เออาร์วี ได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Horrus หรือ อากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ (AN AUTONOMOUS INSPECTION UAV WITH SELF-CHARGING STATION) และ Deepzoom ระบบปฏิบัติการความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (Solution Platform for AI-powered CCTV Detection System) โดยเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ กำลังปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วยการลดต้นทุนด้านแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างก้าวกระโดด และด้วยวิสัยทัศน์ของ ARV ที่ต้องการผลักดันอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของไทยและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จึงได้พัฒนาโซลูชันที่ผสาน

ทั้งนี้ เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเข้ากับปัญญาประดิษฐ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ครอบคลุมตั้งแต่การรักษาความปลอดภัย การคมนาคมขนส่ง การบริหารอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่

• Horrus อากาศยานไร้คนขับอัตโนมัติ ที่ออกแบบมาเพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจ เฝ้าระวัง และรักษาความปลอดภัยทางอากาศ ที่สามารถปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 30 นาทีต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยสามารถกลับสู่สถานีชาร์จเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจครั้งต่อไปได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงสามารถควบคุมการบินได้จากระยะไกลที่รัศมี 7 กิโลเมตรจากสถานีชาร์จ เทคโนโลยีนี้ยังสามารถส่งข้อมูลภาพถ่ายและวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K 30fps ได้แบบเรียลไทม์ ผ่านระบบสื่อสารไร้สาย เพื่อนำไปวิเคราะห์และประยุกต์ใช้ข้อมูลได้ทันท่วงที

• ระบบ DeepZoom เป็นแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ภาพที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการประมวลผลภาพ (Computer Vision) เพื่อเฝ้าระวังและวิเคราะห์ภาพถ่ายและวิดีโอจากกล้องของอากาศยานไร้คนขับ กล้องวงจรปิด (CCTV) หรือ กล้องจากระบบหุ่นยนต์ต่างๆ โดยสามารถตรวจจับ และแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างทั่วถึง

ทั้ง Horrus และ DeepZoom สามารถผสานการทำงานร่วมกันโดย HORRUS ทำหน้าที่เก็บภาพถ่ายและวิดีโอทางอากาศได้โดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นระบบจะส่งภาพเหล่านั้นไปยังระบบ DeepZoom เพื่อทำการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยกระบวนการนี้จะช่วยในการตรวจจับและประมวลผลข้อมูล เช่น การระบุวัตถุต้องสงสัย ตรวจจับการเคลื่อนไหว หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการเฝ้าระวัง ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์จะถูกนำมาแสดงบนแดชบอร์ดที่สามารถแสดงผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเห็นข้อมูลและผลวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจและจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การนำ HORRUS และ Deepzoom สนับสนุนการจัดการการจราจร (Traffic Management) ที่ผ่านมานั้น สามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ทันทุกสถานการณ์ ช่วยประหยัดเวลาและจำนวนเจ้าหน้าที่ในการลงพื้นที่ ตลอดจนยังช่วยแจ้งข้อมูลให้กับประชาชน เพื่อหลีกเลี่ยงและเลือกเส้นทางที่มีความคล่องตัวมากกว่าได้อีกด้วย

ด้าน นายเชน คริสโตเฟอร์ อาชิเค็ทท์ ผู้บริหารด้านเทคนิคอากาศยานไร้คนขับ บริษัท สไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จํากัด หรือ SKYLLER หนึ่งในบริษัทภายใต้กลุ่ม ARV กล่าวว่า ตลาดอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยกำลังเป็นที่น่าจับตามองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยจึงนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นที่จับตาของนักลงทุน บริษัท ออเทล โรโบติกส์ (Autel Robotics) หรือ AUTEL ยักษ์ใหญ่วงการอากาศยานไร้คนขับระดับสากล จึงได้ร่วมมือกับ ARV ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ รายแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ระดับสากล ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์อากาศยานไร้คนขับที่เหมาะกับการใช้งานประเภทส่วนบุคคลในรุ่นต่าง ๆ ดังนี้

● EVO II Series ได้แก่ EVO II Pro และ EVO II Dual:  อากาศยานไร้คนขับที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุด 6K และเทคโนโลยี AI อัจฉริยะในการบิน

● EVO Max Series ได้แก่ EVO Max 4T และ EVO Max 4N:  อากาศยานไร้คนขับที่มาพร้อมความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ระบบติดตามอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย ปัญญาประดิษฐ์ และระบบตรวจจับหลบหลีกอุปสรรค ส่งมอบข้อมูลภาพและวิดีโอได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

● Autel Alpha: อากาศยานไร้คนขับที่โดดเด่นด้วยกล้องความละเอียดสูงที่สามารถจับภาพได้อย่างชัดเจน แม้ในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย นอกจากนี้ ยังมีความทนทานต่อสภาพอากาศและสามารถบินได้ในระยะทางไกล ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในภารกิจที่หลากหลาย

● Dragonfish Series: อากาศยานไร้คนขับที่มาพร้อมเทคโนโลยี VTOL สามารถบินขึ้นและลงจอดได้ในแนวดิ่ง ทำให้มีความคล่องตัวสูง และเหมาะสำหรับภารกิจที่ต้องการความแม่นยำในการสำรวจและตรวจการณ์