“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ว่า ภาพรวมการก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่สายตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 6.68 หมื่นล้านบาท ล่าช้ากว่าแผนงานที่วางไว้ ผลงานก่อสร้างเดือน พ.ย. 67 อยู่ที่ 8.01% ล่าช้ากว่าแผน 27.49% แบ่งเป็น 2 สัญญา

สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านไผ่-หนองพอก ระยะทาง 180 กม. มีกิจการร่วมค้า เอเอส-ช.ทวี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ เป็นผู้รับจ้าง เริ่มงานวันที่ 16 มี.ค. 66 คืบหน้า 16.05% ล่าช้า 21.40%

สัญญาที่ 2 ช่วงหนองพอก-สะพานมิตรภาพ 3 ระยะทาง 175 กม. มีกิจการร่วมค้า ยูนิค เป็นผู้รับจ้าง เริ่มงานวันที่ 21 เม.ย. 66 คืบหน้า 0.33% ล่าช้า 33.31% รฟท. ได้เร่งรัดผู้รับจ้างทั้ง 2 สัญญาให้ปรับแผนงานเร่งระดมแรงงาน และเครื่องจักร รวมถึงเข้าพื้นที่ก่อสร้างที่รฟท. ส่งมอบให้แล้ว เพื่อให้ความก้าวหน้าของงานในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3-4% ต่อเดือน

ขณะเดียวกัน รฟท.พยายามเร่งงานเวนคืนและส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างให้ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ได้ครบทั้ง 100% ภายในปี 67 หรือต้นปี 68 ปัจจุบันเหลืออีก 30% หากยังปล่อยให้งานล่าช้ามากๆ สะสมตั้งแต่เริ่มต้นจะทำให้งานเสร็จไม่ทันตามเป้าหมายที่ รฟท. วางไว้ว่าจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี และเปิดบริการได้ในปี 70

ปัจจุบันงานก่อสร้างในสัญญาที่ 1 อยู่ระหว่างดำเนินงานคันทางรถไฟ ก่อสร้างสถานี และจุดตัดทางรถไฟกับถนน อาทิ สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass Bridge) วงเงินก่อสร้าง 2.70 หมื่นล้านบาท มีแผนก่อสร้างแล้วเสร็จเดือน ก.พ. 70

ส่วนสัญญาที่ 2 งานถางป่า และขุดตอ งานก่อสร้างถนนลำเลียงวัสดุก่อสร้าง และงานคันทางรถไฟ วงเงิน 2.83 หมื่นล้านบาท มีแผนก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. 70 พร้อมเปิดบริการภายในปี 70 หากผู้รับจ้างไม่สามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จตามแผนต้องจ่ายค่าปรับวันละ 0.1% ของค่างานก่อสร้าง โดยสัญญาที่ 1 ประมาณวันละ 27 ล้านบาท และสัญญาที่ 2 วันละ 28 ล้านบาท

โครงการพาดผ่านพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร และนครพนม ผ่านพื้นที่ 70 ตำบล 16 อำเภอ มีสถานีรถไฟ 30 สถานี (18 สถานี 12 ป้ายหยุดรถ) และ 1 ชุมทางรถไฟ ทางวิ่งมีทั้งระดับดิน และยกระดับ มีลานบรรทุกตู้สินค้า 3 แห่ง และย่านกองตู้สินค้า 3 แห่ง มีโรงซ่อมบำรุงบริเวณสถานีภูเหล็ก จ.ขอนแก่น เป็นเส้นทางสำคัญที่ช่วยพัฒนาศักยภาพระบบการขนส่งทางรางของประเทศ อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน รวมทั้งรองรับการขยายตัวของการค้าชายแดนและผ่านแดน ตลอดจนเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงที่กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง