ปัจจุบันรูปแบบพฤติกรรม สนามประลองเปลี่ยนไปแค่ไหน และมาตรการเชิงรุกที่เดินหน้าอยู่จะยังคงหน้าตาเป็นอย่างไร “ทีมข่าวอาชญากรรม” มีโอกาสเปิดใจสอบถาม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พิกัดนัดซิ่ง–เส้นทางฮิตทริปสายบุญ
จากสถานการณ์แว้นตลอดปี 67 ภาพรวมจังหวัดที่รับแจ้งมากสุด 5 อันดับแรก คือ 1.นครราชสีมา 2.เพชรบุรี 3.สมุทรปราการ 4.บก.น.4 และ 5.ประจวบคีรีขันธ์ หากพิจารณาตามสภาพพื้นที่รับแจ้งบ่อยมักเป็นพื้นที่มีถนนลักษณะเป็นทางตรงยาว เช่น ถนนมิตรภาพ, ถนนเพชรเกษม, ถนนบางนา-ตราด, ถนนประเสริฐมนูกิจ
ขณะที่เมืองท่องเที่ยวมักเป็นลักษณะการนัดจัดทริปสายบุญ หรือทริปท่องเที่ยว ได้แก่ จ.นครนายก, เพชรบูรณ์, เพชรบุรี และ ชลบุรี โดยรูปแบบจะนัดผ่านช่องทางโซเชียลและรวมตัวกันขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) จำนวนมาก ๆ ไปตามเส้นทางที่นัดหมาย และจุดหมายปลายทาง
สอดส่องเป้าหมายเสี่ยง ยอดแจ้งแนวโน้มลดลง
ด้วยการทำงานที่เป็นระบบ ขณะที่คณะทำงานฯ เน้นบทบาทป้องกันการก่อเหตุจากวัยรุ่นกลุ่มเสี่ยง ผลการรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 191 และ 1599 ตั้งแต่ปี 64-66 (ห้วง 3 ปี) มีค่าเฉลี่ย 4,645 ครั้ง ขณะที่ปี 67 มีผลรับแจ้งเหตุ 3,489 ครั้ง ถือลดลง 1,156 ครั้ง คิดเป็นลดลงร้อยละ 24.89
“คณะทำงานฯ มีฝ่ายติดตามสื่อสังคมออนไลน์เพื่อหาข่าว และสืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนจะส่งข้อมูลให้กับบก./ภ.จว. พื้นที่มีการนัดหมาย และพื้นที่ติดต่อที่รถผ่าน ร่วมกันวางแผนปฏิบัติร่วมกันตามแนวทางที่กำหนดไว้คือประสานงานกันทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง จนสิ้นภารกิจ”
อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ยังต้องเพิ่มเติมคือ การได้รับความร่วมมือจากสังคมไม่ว่าจะครอบครัว สังคม สถานศึกษา รวมถึงหน่วยราชการเกี่ยวข้อง เช่น กรมการขนส่งทางบก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคเอกชนอื่นๆ
เปิดแผล ‘ขาประจำ’ ไม่แคร์สังคม ไม่เคารพกฎหมาย
ปัญหาการรวมกลุ่มของขาประจำ หรือการรวมกลุ่มกันจำนวนมาก ๆ บนถนนสาธารณะ อย่างแก๊งน้ำไม่อาบ เป็นประเด็นที่สร้างผลกระทบให้กับพื้นที่ โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นใน จ.เพชรบูรณ์ เนื่องจากลักษณะรถและเครื่องยนต์ที่มีการดัดแปลง เพราะผู้เข้าร่วมเกือบ 100% ใช้อุปกรณ์ส่วนควบท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม (ไม่มี มอก.) ทำให้เกิดเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกําหนด
สำหรับทริปน้ำไม่อาบส่วนใหญ่เป็นรถจยย. 2 จังหวะ 4 จังหวะที่มีขนาดเล็ก แต่งรถลักษณะคล้ายรถแข่งแต่งท่อเสียงดัง สมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรายได้น้อยถึงปานกลาง อายุสมาชิกอยู่ระหว่าง 20-45 ปี ด้วยรู้ดีว่าสภาพรถตัวเองไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่งรถ ท่อดัง อุปกรณ์ส่วนควบไม่สมบูรณ์ จึงนิยมขับขี่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ช่วงกลางคืนตั้งแต่ตี 1 ของวันนัดหมาย ซึ่งเป็นช่วงประชาชนพักผ่อน
“การขับขี่มาเป็นกลุ่มด้วยความเร็ว และเป็นช่วงกลางคืนถนนโล่งทําให้เกิดมลพิษทางเสียง รบกวนประชาชนตามริมถนน จึงทําให้มีการร้องเรียน และแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลต่าง ๆ เป็นจํานวนมาก”
นอกจากขับขี่ด้วยความเร็ว ยังพบขับขี่ลักษณะหวาดเสียวไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น มีการออกตัวจากสัญญาณไฟแดงด้วยความเร็ว (เหมือนออกจากจุดสตาร์ตแข่งรถ) ขับขี่กีดขวางการจราจร ทำให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวตามเส้นทางเสี่ยงได้รับอันตราย
อุปสรรคพื้นที่ กำหนดโซน ทำ IO เข้าถึงมวลชน
ปัญหาหน้างานของฝ่ายปฏิบัติท้องที่ จ.เพชรบูรณ์ คือ ปริมาณรถจยย.ที่มีจำนวนหลายพันคัน ทั้งที่ขับขี่เข้ามาเอง มีและบางส่วนนำรถจยย.ขึ้นรถสไลด์มาลงในจุดก่อนจะเข้าพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ แม้จะมีการประสานกับฝ่ายปกครอง ขนส่งจังหวัด สาธารณสุขในพื้นที่ ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมตั้งจุดตรวจสกัดเต็มที่ แต่ก็ยังไม่น่าพอใจสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่
มาตรการภาพรวมขณะนี้มีการสั่งการให้พื้นที่นั้น ๆ แจ้งให้ผู้จัด, กลุ่มสนับสนุน, เจ้าของรถ รวมถึงผู้ปกครองของผู้ที่จะมาร่วมทริปให้ทราบเงื่อนไขการปฏิบัติตัว เพื่อนำไปสู่การยุติกิจกรรม อีกด้านมีการระดมกวาดล้างกลุ่มช่าง, ร้านค้า, ร้านตกแต่งและจําหน่ายอุปกรณ์แต่งรถที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปขยายผลจับกุมเด็ดขาด ควบคู่ไปกับการทำไอโอ (IO) ให้ทุกคนทราบถึงมาตรการเชิงรุกในข้อกฎหมาย
“ภาพรวมของตํารวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ใช้แนวทางเดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กําหนดให้พื้นที่ภูทับเบิกเป็นไข่แดง พื้นที่โดยรอบภูทับเบิกไม่ว่าเขาค้อ หล่มสัก เมืองน้ำหนาวเป็นไข่ขาว โซนใต้ของจังหวัดเป็นขอบกระทะ ได้แก่ อ.ศรีเทพ วิเชียรบุรี บึงสามพัน หนองไผ่ ชนแดน”
บทบาทรับโทษผู้ปกครอง–ริบรถของกลาง
จากฐานข้อมูลกลุ่มเสี่ยง และการจับกุมผู้ขับขี่และผู้สนับสนุบ ตลอดจนพ่อ แม่ หรือผู้ปกครอง ที่ปล่อยปละละเลย สามารถบันทึกข้อมูลกลุ่มเสี่ยงได้ 40,933 คน มีการจับกุมในความผิดฐานแข่งรถในทางฯ 300 คดี และศาลมีคำสั่งริบรถยนต์และรถจยย.ของกลาง 116 คัน แบ่งเป็นรถยนต์ 11 คัน รถจักรยานยนต์ 105 คัน และมีการดำเนินคดีกับผู้ปกครองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ อีกเพียบ
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลรับแจ้งเหตุ และการลงระบบ CRIMES ของบุคคลกลุ่มเสี่ยงทั่วประเทศ 40,933 คน พบส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นชาย อายุเฉลี่ย 14-22 ปี เป็นวัยนักเรียน นักศึกษาระดับมัธยมศึกษาและปวช. ช่วงเวลาเกิดเหตุอยู่ในช่วง 21.00-03.00 น. โดยเฉพาะวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์
ข้อมูลเหล่านี้คณะทำงานฯ รวบรวมพร้อมวิเคราะห์ส่ง บก./ภ.จว.พื้นที่ทราบทุกเดือน เพื่อให้พื้นที่เกิดเหตุ นำข้อมูลไปใช้วางแผนป้องกันและปราบปรามที่เหมาะสมต่อไป.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน







