สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ว่าความขัดแย้งระดับโลกที่ทวีความรุนแรง ห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก เศรษฐกิจตกต่ำ และความผันผวนสูงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ความต้องการ และราคาแร่นิกเกิลลดลงยิ่งขึ้นด้วย


ข้อมูลจากเทรดดิงอีโคโนมิกส์ ระบุว่าราคานิกเกิลลดลงจากราคาสูงสุด 48,199 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.65 ล้านบาท) ต่อเมตริกตัน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2565 มาอยู่ที่ 15,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 530,000 บาท) ต่อเมตริกตัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา


ทั้งนี้ รัฐบาลอินโดนีเซียเน้นย้ำ ผลกระทบของอุปสงค์และอุปทานต่อราคาแร่นิกเกิล โดยอุปทานส่วนเกินเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาตกลง


รายงานจากบริษัทวิเคราะห์ “ซามูเอล เซกูริตัส อินโดนีเซีย” บ่งชี้ว่า อุปสงค์ที่อ่อนตัวและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นกลุ่มปัจจัยที่กดราคานิกเกิลลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงสิ้นปี 2567


ขณะที่รายงานโดยธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ระบุว่า ราคานิกเกิลที่ลดลง เมื่อไตรมาสที่สามของปีนี้ หรือระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นผลจากการผลิตเพิ่มขึ้น สวนทางกับความต้องการที่ลดลง


อนึ่ง นิกเกิลถือเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของอินโดนีเซีย คาดว่า อินโดนีเซียมีปริมาณสำรองแร่นิกเกิลราว 72 ล้านตัน หรือคิดเป็น 52% ของปริมาณสำรองทั้งหมดทั่วโลก โดยรัฐบาลอินโดนีเซียพัฒนาภาคธุรกิจปลายน้ำ ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ และการจ้างงานหลายพันอัตรา.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES