กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือกับ บริษัท ไทย คอมโมดิตี้ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (TCE) เพื่อร่วมพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเป็นตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรยุคใหม่แห่งแรกของในประเทศไทยที่ผสาน “นวัตกรรมทางการเงินและการค้า” กับ “นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์เข้ากับระบบอาหารสมัยใหม่” ด้วยจุดแข็งด้าน “ชัยภูมิ” ที่ได้เปรียบของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน และเชื่อมโยงสินค้าเกษตรของไทยกับตลาดทั่วโลก

ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ บริษัท ไทย คอมโมดิตี้ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (Thai Commodity Exchange: TCE) ในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมานั้น ทั้งสององค์กรต่างมีพันธกิจร่วมกันในการส่งเสริม “ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมนำเกษตรกรรม” และผลพลอยได้ของไทยสู่ตลาดโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว กาแฟ ตลอดจนสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ

ทั้งนี้ บริษัท ไทย คอมโมดิตี้ เอ็กซ์เชนจ์ จำกัด (TCE) ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ยุคใหม่ ซึ่งมีจุดแข็งจากการผสาน “การเป็นฐานการผลิตออฟไลน์ที่มั่นคง – ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบสั่งซื้ออัจฉริยะ) – ระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง” อันเป็นรูปแบบการซื้อขายที่ผสานการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์เข้ากับการจัดส่งตามความต้องการที่เป็นนวัตกรรม เพื่อเพิ่มช่องทางการขายสำหรับผู้ประกอบการ และสร้างแพลตฟอร์มเชื่อมโยงแหล่งผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง ตลอดจนการผสาน “นวัตกรรมทางการเงินและการค้า” กับ “นวัตกรรมด้านโลจิสติกส์เข้ากับระบบอาหารสมัยใหม่”

ที่สำคัญ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังจะทำให้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของประเทศไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ พร้อมเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน และเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์พลอยได้ของไทยกับตลาดทั่วโลกได้

ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์เพื่อจัดตั้งแพลตฟอร์มตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของไทยในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสทากงารแข่งขันให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์พลอยได้ออกสู่ตลาดต่างประเทศในทุกพื้นที่ตลอดเวลา จากการบูรณาการ “การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์พลอยได้ – การจัดหาคำสั่งซื้อที่ดีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี – ระบบโลจิสติกส์และการจัดส่งที่ทันสมัย – ระบบการจัดการอีคอมเมิร์ซระดับโลก” จากการใช้นวัตกรรมเพื่อการเปิดตลาดโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับประเทศไทยจากการเป็นมหาอำนาจด้านการเกษตร สู่การเป็นมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยว และกลายเป็นมหาอำนาจทางการเงินในที่สุด