สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ว่า ขณะนี้ บรรดาผู้ผลิตต้องติดตั้งพอร์ตชาร์จแบบ “ยูเอสบี-ซี” (USB-C) ให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำหน่ายในประเทศสมาชิกอียู หลังจากอียูกำหนดให้พอร์ตดังกล่าว เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต กล้องดิจิทัล หูฟัง ลำโพง คีย์บอร์ด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ รุ่นใหม่ทั้งหมดที่จำหน่ายในอียู จะต้องติดตั้งพอร์ตชารจ์แบบ USB-C” รัฐสภายุโรป (อีพี) ระบุในแถลงการณ์บนสื่อสังคมออนไลน์เอ็กซ์
It’s time for THE charger.
— European Commission (@EU_Commission) December 28, 2024
Today, the USB-C becomes officially the common standard for charging electronic devices in the EU.
It means better-charging technology, reduced e-waste, and less fuss to find the chargers you need. #DigitalEU
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ยังให้เหตุผลว่า กฎระเบียบสายชาร์จแบบเดียว จะทำให้ชีวิตของชาวยุโรปง่ายขึ้น และลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภค โดยคาดว่าจะช่วยประหยัดเงินอย่างน้อย 200 ล้านยูโร (ราว 7,100 ล้านบาท) อีกทั้งการอนุญาตให้ผู้บริโภคซื้ออุปกรณ์ใหม่ โดยไม่ต้องใช้ตัวชาร์จอันใหม่ จะช่วยลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่ม ได้มากกว่า 1,000 ตันต่อปีด้วย
อนึ่ง กฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติครั้งแรกเมื่อปี 2565 หลังเกิดการโต้เถียงระหว่างอียู กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐอย่าง “แอปเปิล” ซึ่งอียูอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ ปรับตัวจนถึงวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา ส่วนผู้ผลิตโน้ตบุ๊กจะมีเวลาเพิ่มเติม ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่.
เครดิตภาพ : AFP



