เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึง สถานการณ์ PM 2.5 ว่า ช่วงนี้ค่าฝุ่นหลายพื้นที่สูงขึ้นทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ไม่ใช่แค่พื้นที่ กทม. ปัจจัยสำคัญมาจากสภาพอากาศปิดในระดับค่อนข้างต่ำ (ประมาณ 1,000 เมตร) ประกอบกับอัตราการไหลและการระบายอากาศน้อยลง และเริ่มกลับมาของการเผาชีวมวลในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรโซนนอกเมือง และจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปีนี้จากการตรวจสอบจุดความร้อน (hotspot) พบเพิ่มขึ้นหลายจุดจากปี 67

อย่างไรก็ตาม จากการรณรงค์มาตรการรถคันนี้ลดฝุ่น และการให้รถบรรทุกลงทะเบียนบัญชีสีเขียว (Green List) เชื่อว่าการปล่อยมลพิษของรถยนต์และรถบรรทุกปีนี้จะไม่มากเท่าปีก่อน และหากลดการใช้รถส่วนตัวมาโดยสารรถสาธารณะ มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง แนวโน้มทิศทางจะดีขึ้น

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุ การแก้ปัญหาให้ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนดำเนินมาตรการด้านต่างๆ ให้จริงจัง พร้อมเร่งศึกษา ตรวจสอบ และวิเคราะห์สาเหตุพื้นที่ที่มีการสะสมของฝุ่น อาทิ เขตหนองแขม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดใน กทม.ติดต่อกันหลายวัน เพื่อแก้ไขต่อไป

“เนื่องจากระยะนี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับสีส้มจนถึงสีแดง และจากการพยากรณ์ช่วงวันเด็กจะมีค่าฝุ่นเฉลี่ยระดับสีเหลือง ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือหากจำเป็นให้ใช้หน้ากากป้องกันทุกครั้ง”

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการลงทะเบียนบัญชีสีเขียวของรถบรรทุก 6 ล้อขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 67 ปัจจุบันมีจำนวน กว่า 10,000 คัน ส่วนรถที่เข้าโครงการรถคันนี้ลดฝุ่น ปี 68 มีรถยนต์เข้าร่วมเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองแล้วกว่า 100,000 คัน

สำหรับมาตรการ Work From Home เมื่อค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดง 5 เขต ต่อเนื่อง 2 วัน ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนร่วมเป็นเครือข่าย Work From Home กับ กทม.รวมมากกว่า 90,000 คน โดยตั้งเป้าให้ถึง 200,000 คน.