เคยสังเกตไหมว่า ในโลกที่แฟชั่นหมุนเวียนเปลี่ยนผันตามฤดูกาล ‘ยูนิโคล่’ (Uniqlo) แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงในฐานะแบรนด์ที่นำเสนอ ‘เสื้อผ้าสำหรับทุกคน’
ยูนิโคล่ เริ่มต้นจากการเป็นร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ ในญี่ปุ่น ก่อนที่จะขยายสาขาไปทั่วโลกและกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้คนรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้พวกเขาแตกต่างไปจากแบรนด์เสื้อผ้าอื่นๆ แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของปรัชญาอันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแท้จริง
ด้วยแนวคิดที่เรียบง่ายสไตล์เสื้อผ้าที่เรียบง่ายแต่ดูดี ใส่ได้ทุกเพศทุกวัย ทำให้ครองใจตลาดเสื้อผ้าทั้งโซนเอเชีย อเมริกา และยุโรปมาอย่างยาวนาน นอกจากเรื่องดีไซน์และคุณภาพแล้ว ยูนิโคล่ยังให้ความสำคัญกับ ‘แนวคิดเรื่องความยั่งยืน’
ดังที่ล่าสุด ‘ยูนิโคล่ ประเทศไทย’ ประกาศความผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนปี 2567 พร้อมตั้งเป้าหมายปี 2568 เดินหน้าสร้างสรรค์ LifeWear ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการช่วยเหลือสังคมและส่งเสริมความหลากหลาย ภายใต้แนวคิด ‘LifeWear = a New Industry’

‘มร. โยชิทาเกะ วากาคุวะ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยูนิโคล่ให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการขนส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นมีคุณภาพและผลิตภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน โดยมีเป้าหมายด้านความยั่งยืน 2 ประการหลัก คือ การผลิตเสื้อผ้าที่สอดคล้องกับแนวคิด LifeWear และการสร้างสังคมที่ยั่งยืนผ่านธุรกิจ
สำหรับฟาสต์ รีเทลลิ่ง บริษัทแม่ของยูนิโคล่ ได้กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนและแผนปฏิบัติการสำหรับปีงบประมาณ 2030 โดยยึด 2 เสาหลัก คือ การผลิตเสื้อผ้าที่ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการผลิตเสื้อผ้าที่มีคุณภาพผู้คนและสังคม
ในปีงบประมาณ 2567 ยูนิโคล่ทั่วโลกมีกิจกรรมเพื่อสังคมที่สร้างประโยชน์ให้ผู้คนกว่า 2.34 ล้านคน บริจาคเสื้อผ้า 4.77 ล้านตัว คิดเป็นมูลค่า 8.2 พันล้านเยน หรือ 1.8 พันล้านบาท และมียอดขายเสื้อยืดการกุศล ‘Peace for All’ ถึง 6.28 ล้านตัว ทั้งยังสร้างยอดบริจาคไปทั้งสิ้น 1,833 พันล้านเยน

ในส่วนของประเทศไทย มร. โยชิทาเกะ วากาคุวะ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ยูนิโคล่ดำเนินโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการส่งต่อเสื้อผ้าที่รับบริจาคจากลูกค้า ซึ่งได้ส่งมอบเสื้อผ้ากว่า 78,000 ตัวให้แก่ผู้ที่ต้องการตั้งแต่ปี 2555 โครงการ RE.UNIQLO Studio ที่ให้บริการซ่อมแซมและแปลงโฉมเสื้อผ้า และโครงการ RE.UNIQLO ‘Warmth for All’ ที่เปิดรับบริจาคเสื้อกันหนาวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวในภาคเหนือ ซึ่งในปี 2567 ได้รับบริจาคเสื้อผ้ากว่า 122,835 ตัว เพิ่มขึ้นกว่า 130% จากปีก่อน
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในร้านสาขาและสำนักงานใหญ่ รวมถึงการลดการใช้พลาสติกในการขนส่ง และบริจาคเงินที่ได้จากการขายถุงกระดาษ 1 ล้านบาททุกปีให้แก่มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ พร้อมจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้
สำหรับเป้าหมายในปี 2568 ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้มีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มปริมาณการรับบริจาคเสื้อผ้าภายใต้โครงการ RE.UNIQLO Warmth for All เป็น 160,000 ตัว พร้อมทั้งขยายความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ และพัฒนา RE.UNIQLO Studio ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และส่งเสริมการใช้เสื้อผ้าอย่างยั่งยืน
“ยูนิโคล่ยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างสรรค์ LifeWear ที่ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค แต่ยังช่วยสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน” มร. โยชิทาเกะ วากาคุวะ กล่าวทิ้งท้าย





