นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เร่งดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางสายใต้ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ตามนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งทางราง เชื่อมโยงการเดินทางครอบคลุมทั่วประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังสนับสนุนความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย การค้าชายแดน การท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า รฟท. เตรียมเสนอของบกลาง วงเงินประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อใช้ในการศึกษา ซึ่งหากได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว รฟท. จะดำเนินการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามาศึกษาโครงการฯ ใช้ระยะเวลาศึกษา 1 ปี แล้วเสร็จภายในปี 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการออกแบบรายละเอียดในปี 2569-2570 จากนั้นในช่วงปี 2570-2571 จะจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการภายในปี 2571 และจะดำเนินการขอออกพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) เวนคืน และเวนคืนที่ดินในปี 2571-2573 ซึ่งระหว่างนั้นจะดำเนินการจัดทำเอกสารประกวดราคา (TOR) ราคากลาง และจัดประกวดราคาควบคู่ไปด้วย ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการก่อสร้างในปี 2572 คาดว่าจะแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้บริการในปี 2577

เบื้องต้นโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก มีระยะทางประมาณ 216 กิโลเมตร (กม.) ใช้งบประมาณค่าก่อสร้าง 34,590 ล้านบาท มี 27 สถานี ที่หยุดรถไฟ 8 แห่ง และย่านเก็บกองและขนถ่ายสินค้า 2 แห่ง ทั้งนี้เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยรองรับการเชื่อมต่อระบบรางระหว่างประเทศไทย กับประเทศมาเลเซีย โดยมีเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปถึงสถานีสุไหงโก-ลก และสิ้นสุดที่สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโก-ลก บริเวณพรมแดนไทย-มาเลเซีย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโก-ลก ได้รับการปรับปรุงให้มีความพร้อมในการใช้งาน แต่เส้นทางรถไฟเชื่อมต่อในฝั่งมาเลเซีย ช่วงรันเตาปันจัง-ปาซีร์มัซ ถูกปิดใช้งานไปตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบันมีสภาพชำรุดใช้การไม่ได้ ดังนั้นหากมาเลเซียปรับปรุงเส้นทางช่วงดังกล่าว ให้กลับมาเปิดให้บริการได้ จะสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายระบบรางและสามารถเปิดเดินขบวนรถผ่านพรมแดนได้ทันที

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ขณะนี้ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังแล้ว อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือบอร์ดสภาพัฒน์ชุดใหม่ ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโครงการฯ ต่อไป

สำหรับรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทาง 1,312 กม. วงเงินรวมประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 7.7 หมื่นล้านบาท 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงินประมาณ 4.29 หมื่นล้านบาท 3.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงินประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท 4.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงินประมาณ 6.45 หมื่นล้านบาท 5.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงินประมาณ 7.7 พันล้าน และ 6.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงินประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท