เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมใหญ่คณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขต (คคพ.) และคณะทำงานพัฒนาเขตเชิงพื้นที่ 5 ด้าน 50 เขตกรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข และพัฒนาเมืองโดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชน โดยยืนยันว่าโครงการดังกล่าว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือผลประโยชน์ทับซ้อน 

คณะทำงานนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง ไม่จำกัดเฉพาะชุมชนที่ขึ้นทะเบียนกับ กทม. เท่านั้น แต่ยังรวมถึงหมู่บ้านจัดสรร คอนโดฯ นักธุรกิจ และบุคคลทั่วไปที่ต้องการมีส่วนร่วม โดยโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาในหลายด้าน เช่น เศรษฐกิจ สังคมและคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว การศึกษาและเทคโนโลยี สาธารณูปโภคและการจราจร รวมถึงความสะอาดและความปลอดภัย

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา คณะกรรมการแต่ละเขตได้เสนอแนวคิดและโครงการที่เป็นประโยชน์ เช่น การขยายถนนแก้ปัญหาการจราจรในเขตคลองสามวา และโครงการ Food Bank ที่ช่วยจัดหาสิ่งของให้กับกลุ่มเปราะบาง ทั้งหมดนี้ดำเนินการโดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐ แต่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นี่คือการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างไร้รอยต่อ เป็นพลังของประชาชนที่ต้องการพัฒนาเมืองโดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เชื่อว่าหาก กทม. ดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถเป็นต้นแบบขยายไปสู่พื้นที่อื่นได้ การประชุมครั้งนี้ สะท้อนถึงแนวทางใหม่ของ กทม. ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีบทบาทในการพัฒนาเมืองมากขึ้น พร้อมเดินหน้าผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีกว่าเดิม

ทั้งนี้ ภายในงานการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขต และคณะทำงานพัฒนาเขตเชิงพื้นที่ 5 ด้าน 50 เขตในช่วงหนึ่งของงานได้มีกิจกรรม Braistorming Section ของแต่ละกลุ่มโดยมาในหัวข้อ ปัญหา อุปสรรค อนาคต ความสำเร็จ และความร่วมมือ สู่เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จะให้ตัวแทนของแต่ละเขต ซึ่งแบ่งเป็นสีออกมานำเสนอถึงปัญหา อุปสรรค แนวทางการแก้ไข อนาคต และผลสำเร็จที่แต่ละเขตพบเจอในแต่ละวันด้วย


สำหรับผลงานของของเขตที่น่าสนใจ เช่น เขตพญาไท ที่ได้ให้คนในชุมชนทั้ง 22 ชุมชน ร่วมกันคัดแยกขยะเพื่อเป็นการแสดงความรักให้กับพื้นที่ที่อยู่อาศัย ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2566 จนถึงปัจจุบัน โดยโครงการดังกล่าว ได้เริ่มจากการทำเสื้อให้กับพนักงานกวาดของเขต และได้ทำอย่างต่อเนื่องกัน คือการทำเสื้อโปโลของคณะทำงาน สำหรับเสื้อโปโลที่ผลิตออกมานั้น จะนำออกมาจัดจำหน่ายพร้อมกับมอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อให้เขตนำรายได้ทั้งหมดไปดูแลประชาชนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง


สำหรับชุดของพนักงานกวาดนั้น 1 ชุด จะใช้ขวดพลาสติกใสขนาด 1.5 ลิตร 45 ขวด ส่วนเสื้อโปโลจะใช้ทั้งหมด 20 ขวด ก่อนจะส่งให้โรงงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิต โดยชุดพนักงานกวาดนั้น ขณะนี้สามารถผลิตได้กว่า 1,000 ชุด โดยทุกชุดจะทำเป็นสีเรืองแสงเพื่อที่พนักงานทุกคนซึ่งต้องทำงานในช่วงเวลาเช้าตรู่และกวาดตอนกลางคืน ปลอดภัยมากขึ้นจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนน.