สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ว่า ความโด่งดังของภาพยนตร์ไทยสุดซึ้งอย่าง “หลานม่า” ที่สร้างกระแสฮือฮาเรียกน้ำตาบนแผ่นดินจีน ทำให้สถานที่ถ่ายทำอย่างตลาดพลูในกรุงเทพฯ กลายเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมแห่งใหม่ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีน

ขณะเดียวกันหัวข้อ “ดูซีรีส์จีนเพื่อเรียนภาษาจีน” เป็นที่กล่าวถึงทุกวันบนสื่อสังคมออนไลน์ไทย สะท้อนให้เห็นว่า ผลงานละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ของจีนและไทย ได้ผูกโยงสายใยของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผ่าน “การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม”


นายณ์ วัยรุ่นชาวไทยคนหนึ่ง เปิดเผยว่า เวลาดูซีรีส์แนวย้อนยุคและแฟนตาซีของจีน ทำให้รู้สึกเหมือนได้สัมผัสวัฒนธรรมจีน โดยซีรีส์จีนหลายเรื่องได้รับความนิยมล้นหลาม เช่น ปรมาจารย์ลัทธิมาร และเล่ห์รักวังต้องห้าม ส่วนสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่างหนังสือ เสื้อผ้า และของที่ระลึกขายดีเช่นกัน

ผู้แสดงสินค้าไทยแนะนำสินค้าไทย ที่งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 21 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้จีน


สวีเจี้ยนหัว เจ้าของร้านอาหารไทยในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน กล่าวว่า ละครไทยอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ทำให้มีร้านอาหารไทยเปิดใหม่ในหลายเมืองของจีน การรับประทานอาหารไทย ดื่มชานมไทย และถ่ายรูปสไตล์ไทยในสตูดิโอ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของผู้บริโภคชาวจีน


ด้านการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์ระหว่างจีนกับไทย เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะ การซื้อขายลิขสิทธิ์หรือการถ่ายทำในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังขยับขยายสู่การสร้างและผลิตผลงานร่วมกันอีกด้วย โดยเฉพาะการเสริมสร้างจุดแข็งทางเทคนิคซึ่งกันและกัน


นอกจากละคร ซีรีส์ และภาพยนตร์แล้ว รสชาติหอมหวานของ “เศรษฐกิจอาหารจีน-ไทย” ดึงดูดใจไม่แพ้กัน โดยแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ทางรถไฟจีน-ลาว ระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศใหม่ ฝั่งตะวันตก และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ล้วนส่งเสริมการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างจีนกับไทย

เจ้าหน้าที่ศุลกากรของจีนตรวจสอบส้มว่อกาน ที่จะส่งออกสู่ไทย


ถานเจียฝู ผู้จำหน่ายผลไม้อาเซียนในกว่างซี บอกว่า ลำไยจากสวนในไทยถูกขนส่งถึงโรงงานแปรรูปในวันเดียวกัน และขนส่งเข้าสู่จีนผ่านทางรถไฟจีน-ลาว รวมถึงด่านบกอีกหลายแห่ง โดยระยะเวลาขนส่งที่สั้นลงมาก ช่วยให้ผลไม้สดใหม่ถึงมือผู้บริโภคชาวจีนเร็วยิ่งขึ้น นำสู่ผลประกอบการที่ดีขึ้นตามไปด้วย


ข้อมูลสถิติจากสำนักงานศุลกากรเมืองหนานหนิง ระบุว่า ปริมาณการส่งออกส้มจากกว่างซีสู่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สูงถึง 194,000 ตัน เมื่อปี 2567 เพิ่มขึ้น 10.8% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งส่วนหนึ่งส่งออกสู่ไทย 8,000 ตัน เพิ่มขึ้น 43.3% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี


ช่วงหลายปีที่ผ่านมา การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทั้งสองประเทศต่างเป็นคู่ค้ารายสำคัญของกันและกัน ขณะที่ปี 2568 ถือเป็นปีสำคัญของสองประเทศ เนื่องจากตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ “ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย”

ข้อมูลจากหน่วยงานศุลกากรของจีน เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า มูลค่าการค้าจีน-ไทย อยู่ที่ราว 134,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.53 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2567 เพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี


ส่วนข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ของไทย เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ระบุว่า จีน (ยกเว้นฮ่องกงและมาเก๊า) เป็นแหล่งลงทุนจากต่างชาติขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในไทย มีการยื่นขออนุมัติการลงทุน 810 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 175,000 ล้านบาท.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA