นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจของ ทอท. ยังมีแนวโน้มรายได้ที่เป็นขาขึ้นจากปัจจัยด้านการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสาร และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งจากคาดการณ์ปริมาณเที่ยวบิน และผู้โดยสารช่วงตารางบินฤดูร้อนในปี 2568 พบว่า สายการบินขอจัดสรรเวลาการบินล่วงหน้า มีเที่ยวบินรวมประมาณ 543,932 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 29.7% แบ่งเป็นเที่ยวบินในประเทศ 225,905 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 29.7% และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 318,027 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 29.6% ขณะที่มีจำนวนผู้โดยสารรวม 87,801,146 คน เพิ่มขึ้น 31.2% แบ่งเป็น ผู้โดยสารภายในประเทศ 32,844,933 คน เพิ่มขึ้น 33% ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 54,956,213 คน เพิ่มขึ้น 30% (ข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.พ.68) 

นายกีรติ กล่าวต่อว่า ตลอดจนคาดการณ์การเติบโตของปริมาณผู้โดยสารจะมีเพิ่มขึ้นเป็น 170 ล้านคน/ปี ในอีก 5 ปี และมีผู้โดยสารประมาณ 210 ล้านคน/ปี ในอีก 10 ปี ซึ่งสอดคล้องตามแผนโครงการพัฒนาท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. เพื่อจะรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นปัจจัยพื้นฐานของ ทอท. ยังคงแข็งแกร่งสะท้อนศักยภาพการเติบโตในอนาคตสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางการบินใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง ทอท. มีแผนลงทุนขยายท่าอากาศยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ทั้งด้านผู้โดยสารและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ผ่านการลงทุนเพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานเดิม ไปจนถึงการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ อาทิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อให้สามารถรองรับผู้โดยสารจากเดิม 65 ล้านคน/ปี เป็น 150 ล้านคน/ปี 

ประกอบด้วย โครงการพัฒนาส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกพื้นที่ 100,000 ตารางเมตร เพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 15 ล้านคน โครงการพัฒนาก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) เพิ่มการรองรับผู้โดยสาร 70 ล้านคน โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 เพิ่มศักยภาพรองรับเที่ยวบินได้ถึง 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) รองรับผู้โดยสาร 40 ล้านคน/ปี ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โครงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิม รวมถึงโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีก 60 ล้านคน/ปี ประกอบด้วย โครงการก่อสร้าง ทภก.แห่งที่ 2 หรือท่าอากาศยานอันดามัน รองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 40 ล้านคน และโครงการก่อสร้าง ทชม.แห่งที่ 2 หรือท่าอากาศยานล้านนา รองรับปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20 ล้านคนต่อปี 

นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.

นายกีรติ กล่าวอีกว่า ทอท. ยังมีแผนเพิ่มรายได้แหล่งใหม่ อาทิ 1.โครงการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ปี 2562 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ประกอบด้วย โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการคลังสินค้า ณ ทสภ. ของผู้ประกอบรายที่ 3 ณ ทสภ. ซึ่งปัจจุบัน ทอท. อยู่ระหว่างคัดเลือกเอกชน โดยจะประกาศเชิญชวนในเดือน มี.ค. 68 และโครงการ 400 Hz และ PC-Air โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul: MRO) โครงการให้บริการการซ่อมขนาดเบาอากาศยาน (Line Maintenance) โครงการดังกล่าวจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2569

2.โครงการพัฒนา ทดม. โครงการก่อสร้าง Junction Building และอาคารจอดรถพร้อมพื้นที่ให้บริการโรงแรมเพื่อเป็นจุดเชื่อมระหว่างการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางจากทางอากาศไปยังระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง และรถสาธารณะต่างๆ และ 3.โครงการพัฒนาที่ดินแปลง 723 ไร่ ณ ทสภ. (Certify Hub และ Airport Logistics Park) ประกอบด้วย ศูนย์จัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร และเป็น Logistics Park ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการขนส่งสินค้าทางอากาศ อย่างไรก็ตาม ทอท. ยังมีความได้เปรียบด้านศักยภาพการแข่งขันเชิงธุรกิจและนโยบายส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของภาครัฐที่จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตในระยะยาว ทอท. จึงมีความเชื่อมั่นทั้งความพร้อมในการสร้างรายได้ และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ไปจนถึงการเป็นส่วนหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป.