“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังมีโอกาสโกยเงินได้อีกเพียบ จากฟุตบอลสโมสรเอเชียถ้วยใหญ่ “เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท 2024/25” โดยมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับอาจสูงถึง 414 ล้านบาท
ยอดทีมไทยลีก ทำผลงานยอดเยี่ยม บุกเสมอ กวางจู เอฟซี ทีมเกาหลีใต้ 2-2 โดยครึ่งแรกนำก่อน 2-0 ก่อนถูกตีเสมอ 2-2 ทำให้ บุรีรัมย์ จบ 8 นัด มี 12 แต้ม เป็น 1 ใน 8 ทีมโซนตะวันออก ที่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอน

สำหรับเงินที่ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) กำหนดไว้สำหรับศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท 2024-25 ตามคู่มือการแข่งขันข้อ 54.FINANCIAL CONTRIBUTION และข้อ 55. PRIZE MONEY มีดังนี้
– ค่าอุดหนุนการเดินทาง สำหรับทีมเยือน ที่เล่นในรอบคัดเลือก 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อแมตช์
– ในรอบลีกสเตจ จะมีเงินโบนัสสำหรับทีมที่ชนะ นัดละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
– ค่าธรรมเนียมสำหรับทีมที่เล่นรอบลีกสเตจ ได้ทีมละ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ
– เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ
– เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ
– เข้ารอบรองชนะเลิศ ได้ 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ
– ทีมแชมป์ ได้ 10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ
– ทีมรองแชมป์ได้ 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (เงินรางวัลแชมป์-รองแชมป์ จะถูกหัก 5 เปอร์เซ็นต์ เข้ามูลนิธิเพื่อสังคม)
นั่นหมายความว่า สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เงินที่ได้ไปแน่นอนแล้วตอนนี้ ค่าธรรมเนียมเล่นรอบลีก 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ค่าชัยชนะในรอบลีก 3 นัด รวม 300,000 สหรัฐ/ค่าเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวม 1,300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 43.8 ล้านบาท
ส่วนค่าเดินทางนั้น บุรีรัมย์ ไม่ได้ในส่วนนี้แต่อย่างใด เพราะตามระเบียบจะให้แค่ในรอบคัดเลือก ไม่ได้ให้รอบลีก ซึ่ง บุรีรัมย์ มาเริ่มเตะที่รอบลีกทันที

ส่วนรางวัลข้างหน้าที่ บุรีรัมย์ มีสิทธิโกยอีก คือ หากผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้าย เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย จะได้ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ (13.48 ล้านบาท)/ถ้าเข้ารอบรองชนะเลิศได้อีก 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ (20.2 ล้านบาท)
และถ้าเข้ารอบชิงชนะเลิศ หากได้รองแชมป์ ได้อีก 4,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (134.8 ล้านบาท) และถ้าได้แชมป์ได้อีก 10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (337.2 ล้านบาท)
ดังนั้น ปราสาทสายฟ้า ที่ได้ไปแล้ว 1,300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 43.8 ล้านบาท ยังมีโอกาสบวกเงินเพิ่มเรื่อยๆ หากยังเข้ารอบต่อไป ซึ่งเงินรางวัลสูงสุดที่ บุรีรัมย์ มีโอกาสได้คือหากไปถึงแชมป์ จะได้อีก 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (370.9 ล้านบาท)
รวมที่ได้ไปแล้ว จะมากถึง 12.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 414.75 ล้านบาท



