เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ตามที่ตนได้มอบหมายให้สำนักพัฒนาบริหารงานบุคคลและนิติกรของ สพฐ.ไปติดตามผลการย้ายครูสังกัด สพฐ.ที่ยื่นขอย้ายข้าราชการครูผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์  Teacher Rotation System (TRS) ซึ่งพบว่า มีครูยื่นคำร้องขอย้าย จำนวน 36,000 คน โดยเป็นตัวเลขจำนวนครูที่ยื่นขอย้ายสูงกว่าปีที่แล้วเป็นสูงถึง 4,700 คน แต่สิ่งที่ สพฐ.กังวลในขณะนี้ คือ ระบบการอ่านผลงานครูในระบบ TRS ยังมีปัญหาและไม่สามารถประมวลผลการอ่านผลงานครูได้  ทั้งนี้สพฐ.จะพยายามหาวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งคิดว่าต้องไปแก้ที่ตัวระบบหรือการพัฒนาให้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ได้สามารถอ่านข้อมูลต่างๆ ได้กว้างมากขึ้น เพื่อไม่ให้ครูเสียสิทธิในการยื่นขอย้ายผ่านระบบดังกล่าว อีกทั้งประเด็นสำคัญ สพฐ.จะติดตามดูต่อไปว่าในจำนวนตัวเลขครูที่ยื่นขอย้ายผ่านระบบนี้จะมีครูได้สิทธิยื่นขอย้ายได้สำเร็จจำนวนเท่าไหร่ด้วย   

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าการประเมินวิทยฐานะผ่านระบบการประเมินวิทยฐานะดิจิทัล (DPA) ซึ่งมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการประเมินวิทยฐานะ ผ่านระบบ DPA จำนวน 2,156 คน โดยในจำนวนนี้ยื่นผ่านกว่า 80%  ถือเป็นระบบที่ช่วยลดภาระครู ไม่ต้องทำแฟ้มเอกสาร สะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านการประเมินนั้นอาจจะมีปัญหาในกลุ่มชำนาญการ โดย สพฐ.จะนำผลการยื่นมาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อวางแนวทางช่วยเหลือส่งเสริมสนับสนุนให้ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สพฐ.มีความก้าวหน้าและผ่านการประเมิน

“ในการประชุมดังกล่าว สพฐ.ได้หารือถึงโครงการพาน้องกลับมาเรียน ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตติดตามเด็กได้ครบ 100% แล้ว โดยการดำเนินงานจากนี้ไปเมื่อเราตามเด็กตกหล่นครบทั้งหมดจะต้องนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้มากที่สุด หรือหากเด็กไม่ประสงค์จะเข้าเรียนก็จะพาการศึกษาไปหาเด็ก ซึ่ง สพฐ.กำลังคิดรูปแบบการดำเนินการอยู่ เช่น จัดทำสื่อการสอนแบบ OnHand ให้เด็กสามารถศึกษาหาความรู้ได้เองจากที่บ้าน เป็นต้น เพื่อเป็นไปตามของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ในการแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษา โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะทุกคนต้องได้โอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว