เมื่อวันที่ 20 ก.พ. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับ Starfish Education จัดการแข่งขัน Pitching ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์” เพื่อส่งเสริมเยาวชนไทยให้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ผ่านกระบวนการ STEAM Design Process จากปัญหาสิ่งแวดล้อมและความท้าทายด้านการพัฒนาที่มีผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลกอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (SDG 13) และการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG 11) ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่ต้องได้รับความสนใจและการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีระดับชาติที่ได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีทีมสมัครเข้าร่วมกว่า 200 ทีม จากหลากหลายภูมิภาค หลังจากผ่านกระบวนการคัดเลือกอย่างเข้มข้น คณะกรรมการได้ประกาศรายชื่อ 30 ทีมที่ผ่านเข้ารอบแรก เพื่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาและต่อยอดนวัตกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้ร่วมเวิร์กช็อปและเตรียมความพร้อม ก่อนนำเสนอไอเดียในรอบ Pitching ชิงชนะเลิศ เพื่อคว้าโล่รางวัลเกียรติยศระดับประเทศ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตการศึกษาไทยให้ก้าวไกลและทันสมัยยิ่งขึ้น

โดย ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนทั้ง 30 ทีม จาก 200 ทีม ทั้งประเทศ สำหรับกิจกรรม Future Youth Thailand ที่ทำร่วมกันระหว่าง สพฐ. และ Starfish Education ถือ ว่า เป็นสุดยอดของนวัตกร ที่จะมาสร้างสรรค์คุณภาพการศึกษา และสังคม ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการเรียนรู้สอดคล้องกับนโยบายของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญกับเครือข่ายการเรียนรู้ แบบ Anywhere Anytime นำไปสู่การสร้างนักเรียนให้ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ในอนาคต ขอให้นักเรียนและครูเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในครั้งนี้แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starfish Education กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและขอเป็นกำลังใจให้กับทั้ง 30 ทีม เพื่อที่จะได้ร่วมเรียนรู้ด้วยกัน หลังจากการที่เราได้รับคัดเลือกมาแล้ว สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการที่เราอาจจะได้การแข่งขันสนุกๆ แต่จริงๆ แล้วการที่เราได้ร่วมรู้จักกัน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญก็อยากจะสนับสนุนให้กับทุกๆ ทีม ได้ลองศึกษานวัตกรรมของเพื่อนๆ เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ กับนวัตกร แล้วก็ขอขอบคุณคุณครูที่ได้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมให้กับนักเรียนมีโอกาสได้มาแข่งขัน มาแบ่งปันกันในระดับประเทศ ซึ่งจริงๆ สิ่งสำคัญไม่ได้เป็นการเรื่องการแข่งขัน แต่น่าจะเป็นเรื่องของการที่เราได้มีส่วนร่วมจริงๆ ซึ่งเยาวชนในประเทศไทยของเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในประเทศ ก็มีโอกาสที่จะเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังสามารถสร้างนวัตกรรมสังคมได้ด้วย

ดร.ภูริวรรษ คำอ้ายกาวิน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.สมเจตน์ พันธ์พรม ผู้อำนวยการศูนย์ PISA สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คุณโยโกะ เตรูย่า รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starfish Education ได้ร่วมให้กำลังใจแก่เยาวชนและคณะครู โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย นักเรียน ครู ผู้อำนวยการ ศึกษานิเทศก์ จากโรงเรียนทั้ง 30 ทีมที่ผ่านเข้ารอบ รวมกว่า 150 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

สำหรับรายชื่อ 30 ทีมที่ผ่านเข้ารอบที่ 1 มีดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ ทีม KSR Green-White Power ทีมธาตุทองช่างคำ ห้อง EIS 1 ทีมกล่องมหัศจรรย์ ทีม PLANET PATCHERS ทีมรวินท์ ทีม โลกสวยด้วยนวัตกรรมปกป้องความปลอดภัย ทีมวิทย์-คิด-ดี ทีม MIU STAR ทีมพระปกเกล้าญี่ปุ่น ทีมธาตุทองช่างคำห้อง EIS 3 ทีม Science Devil ทีมธาตุทองช่างคำห้อง EIS 2 ทีม CHP Marketplace ทีมเยาวชนพลเมืองสันกำแพง ทีม Good(s) Ranger

ส่วน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้แก่ ทีม Airforce ทีมSSP Safespace ทีมMicroplastic extractor toolkit ทีม EXCELSIOR ทีม KWIT-P101 ทีมเผลอรักปฐพี ทีมวัสดุอุดซับของเหลวจากเส้นใยผักตบชวา ทีมพรงากะ (ProundKoh) ทีม SSW SC ทีม Hydrowave ทีมยูเรก้า ทีม Delivery ทีม NFF ทีม UT-Recycle ทีม Tech Nerd

ทั้งนี้การแข่งขันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการสนับสนุนและส่งเสริมเยาวชนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขปัญหาจริงในสังคม โดยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปะ และคณิตศาสตร์ (STEAM) มาบูรณาการร่วมกัน สร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เพียงแต่มีความทันสมัย แต่ยังสามารถพัฒนาและนำไปใช้ได้จริงในอนาคต

อย่างไรก็ตามได้เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่บัดนี้ ตามคำเรียกร้อง กิจกรรมการแข่งขันพัฒนานวัตกรรม (Pitching) รุ่นที่ 2 ภายใต้โครงการ สร้างทักษะอนาคตเยาวชน Future Youth Thailand Building future skills anywhere, anytime ในหัวข้อ “นวัตกรรมการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์” ร่วมสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้ ผ่านกระบวนการ STEAM Design Process สู่การนำไปใช้ในชีวิตจริง ชิงรับโล่รางวัลระดับประเทศ โดยครูและนักเรียนผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ส่งผลงานนวัตกรรม พร้อมรับเกียรติบัตร และโล่รางวัล จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ Starfish Education ซึ่งผู้ชนะเลิศ จะได้รับรางวัลระดับ เหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง นวัตกรรมในการช่วยแก้ปัญหาในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ของประเทศไทย

เงื่อนไขการรับสมัคร นักเรียน อายุ 13-15 ปี (มัธยมศึกษาตอนต้น) รับสมัครเป็นทีม (2-4 คน) ผู้สมัคร 1 คน สามารถเป็นสมาชิกได้เพียง 1 ทีมเท่านั้น แต่ละทีมมีโค้ชให้คำปรึกษา 1 คน อาจเป็นครูผู้สอน หรือผู้ปกครอง ผ่านการเรียนคอร์ส และได้รับเกียรติบัตร ของทั้ง 2 คอร์ส (ปลุกพลังนวัตกรรุ่นใหม่ สร้างสังคมเมืองปลอดภัยและมีสุข เสริมทักษะการคิด รับมือกับวิกฤตอากาศด้วย Makerspace) สร้างนวัตกรรมที่มีความหมายต่อการเรียนรู้ของตนเองได้ โดยใช้ กระบวนการที่ได้เรียนรู้ (STEAM Design Process) เป็นนักเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในรอบชิงชนะเลิศต้องส่งผลงานเป็น Prototype หรือ ชิ้นงาน นำมาแสดงในวันแข่งขัน

ส่วนนักเรียน อายุ 16-18 ปี (มัธยมศึกษาตอนปลาย) รับสมัครเป็นทีม (2-4 คน) ทุกคนในทีมต้องมีอายุไม่เกินระดับชั้นที่กำหนด (นับจากวันสมัคร) ผู้สมัคร 1 คนสามารถเป็นสมาชิกได้เพียง 1 ทีมเท่านั้น แต่ละทีมมีโค้ชให้คำปรึกษา 1 คน อาจเป็นครูผู้สอน หรือผู้ปกครอง ผ่านการเรียนคอร์ส และได้รับเกียรติบัตร ของทั้ง 2 คอร์ส (ปลุกพลังนวัตกรรุ่นใหม่ สร้างสังคมเมืองปลอดภัยและมีสุข เสริมทักษะการคิด รับมือกับวิกฤตอากาศด้วย Makerspace) สร้างนวัตกรรมที่มีความหมายต่อการเรียนรู้ของตนเองได้ โดยใช้ กระบวนการที่ได้เรียนรู้ (STEAM Design Process) เป็นนักเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ ในรอบชิงชนะเลิศต้องส่งผลงานเป็น Prototype หรือ ชิ้นงาน นำมาแสดงในวันแข่งขัน เปิดรับสมัครเข้าร่วมแข่งขันการพัฒนานวัตกรรม รุ่นที่ 2 Link : แบบฟอร์มลงทะเบียน https://forms.gle/GWxQNrgfQwphFX5i8

สำหรับ โครงการ สร้างทักษะอนาคตเยาวชน “Future Youth Thailand” “Building future skills anywhere, anytime” คือโครงการการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างให้เด็กมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 และเด็กสามารถนำความรู้และทักษะมาประยุกต์ใช้ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ตามหลักการพัฒนาการศึกษา ที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ มากกว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียว

กระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่สำคัญในระบบการศึกษา เตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก การพัฒนาทักษะ สนับสนุนการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย สร้างแรงจูงใจ จะช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะและความรู้ที่จำเป็น โรงเรียนได้มีเครื่องมือพัฒนาโรงเรียนนำไปสู่ความเสมอภาคทางการศึกษา การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ Starfish Education เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ทำงานร่วมกับโรงเรียนในสังกัดสพฐ. โดยมีส่วนช่วยส่งเสริมนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 Starfish Education ร่วมมือกับโรงเรียน ครู และชุมชน เพื่อสร้าง การเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อนักเรียนมากกว่า 7 ล้านคน

โครงการสร้างทักษะอนาคตเยาวชน มีพันธกิจในการส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เรียนในประเทศไทย พร้อมริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในด้านการเรียนรู้ โดยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมและการศึกษาที่ก้าวหน้า การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน ระหว่างสพฐ. และ Starfish Education ภายใต้โครงการสร้างทักษะอนาคตเยาวชนในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้เกิดการพัฒนานักเรียนในประเทศไทยทุกคนจะเข้าถึงการศึกษาที่พร้อมสำหรับอนาคต และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต