วันนี้ (4 พ.ย.) สถานการณ์น้ำท่วมในจ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำลงส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อย และคลองเริ่มลดระดับน้ำลง แต่น้ำที่ระบายเข้าทุ่งนายังมีระดับสูงต้องรอให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงเพื่อระบายน้ำจากทุ่งน้ำออกจากทุ่งนา น้ำในทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาล ทุ่งเจ้าเจ็ด มีปริมาณเต็มทุ่งนา โดยเฉพาะทุ่งเจ้าเจ็ดน้ำรับน้ำจากคลองเจ้าเจ็ดบางยี่หนไหลทะลักเข้าทุ่งบางซ้าย ทุ่งลาดบัวหลวงไหลลงคลองพระยาบรรลือ น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมถนน ทางเข้าหมู่บ้านท่วมบ้านเรือนประชาชนในอ.บางซ้าย อ.ลาดบัวหลวง ต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงอาศัยอยู่อย่างลำบากเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ได้รับความเดือดร้อน

โดยกลุ่มชาวบ้านในอ.บางซ้าย อ.ลาดบัวหลวง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และชาวต.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ได้ออกมารวมตัวกันปิดถนนทางหลวงมายเลข 340 ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงกม.ที่ 31 หน้าทางเข้าวัดลาดประทุมคงคาราม ต.หลักชัย อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกร้องให้มีการเปิดประตูระบายน้ำของคลองพระยาบันลือทั้งหมดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเจรจาชาวบ้านก็ไม่ยอม จะขอพบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมชลประทาน

ต่อมา ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เดินทางมาพร้อมกับ นายอาภากร สนิกะวาที ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ มาพบกลุ่มชาวบ้านที่ปิดถนนยอมที่จะทำตามคำเรียกร้องของชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำท่วม โดยจะให้ลดการระบายน้ำของชลประทานผักไห่ไม่ให้ระบายน้ำลงมาเพิ่มในพื้นที่ลุ่มต่ำคลองพระยาบันลือ และยอมที่จะเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาบรรลือรวมทั้งหมด 8 ประตู เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประตูละ 50 ซม. และเริ่มเปิดระบายน้ำทันที

ส่วนน้ำที่ระบายออกจากคลองพระยาบันลือจะให้ส่งผลกระทบกับชาวบ้านท้ายประตูน้อยที่สุด โดยแต่ละประตูจะระบายลงไปตามคลองจะมีเครื่องสูบน้ำออกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีนอีกทอดหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านพอใจยุติการชุมนุมก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน