สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า แอปเปิลระบุว่า การลงทุนดังกล่าวถือเป็น “คำมั่นการใช้จ่ายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” ซึ่งเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง ต่อสู้แย่งชิงความได้เปรียบในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

อนึ่ง แอปเปิลตัดสินใจหันเข้าหาสหรัฐ เนื่องจากบริษัทตกอยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น จากสงครามการค้าระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตหลักของแอปเปิล และอาจถูกรัฐบาลวอชิงตันเก็บภาษีสินค้านำเข้าสูงขึ้นเช่นกัน

ด้านทรัมป์ ซึ่งผลักดันให้บริษัทต่าง ๆ ของสหรัฐ ย้ายฐานการผลิตกลับมาอยู่ในประเทศ อ้างว่าการลงทุนของแอปเปิลในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการดำเนินงานของรัฐบาลของเขา

ทั้งนี้ แผนการลงทุนของแอปเปิล เป็นการเร่งแผนที่ประกาศในปี 2564 เมื่อบริษัทระบุว่าจะลงทุน 430,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 14.4 ล้านล้านบาท) ในสหรัฐ และเพิ่มงาน 20,000 ตำแหน่ง ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยพนักงานใหม่จะมุ่งเน้นที่การวิจัยและการพัฒนา วิศวกรรมซิลิคอน การพัฒนาซอฟต์แวร์ ตลอดจนเอไอ และการเรียนรู้ของเครื่อง (เอ็มแอล) เป็นส่วนใหญ่

ขณะที่ นายแดน ไอฟ์ส จากบริษัท เวดบุช ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า นายทิม คุก ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของแอปเปิล ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่า ส่วนหนึ่งของเขาเป็นนักการเมือง และเขาแสวงหา “แนวทางที่ราบรื่น” สำหรับแอปเปิล ท่ามกลางภัยคุกคามจากนโยบายภาษีของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ไอฟ์ส ระบุเสริมว่า แผนการลงทุนในสหรัฐ ไม่ได้ส่งสัญญาณว่า แอปเปิลกำลังย้ายฐานการผลิตออกจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ.

เครดิตภาพ : AFP