วันนี้ (4 พ.ย.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สส.บก.น.3 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมีนบุรี จำนวน 32 คน เป็นชาวจีน 4 คน ชายไทย 11 คน เยาวชนชายต่างชาติ 3 คน เยาวชนชายไทย 6 คน หญิงไทย 5 คน หญิงต่างชาติ 1 คน เยาวชนหญิงไทย 1 คน เยาวชนหญิงต่างชาติ 1 คน พร้อมของกลางโน้ตบุ๊ก 42 เครื่อง, โทรศัพท์ 64 เครื่อง และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ หลายรายการ โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านศุขบุรี-ยิ่งสุข ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี​ และที่คอนโดเดอะปาล์ม วงศ์อมาตย์ ต.นาเกลือ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

สืบเนื่องจากวันที่ 4 ต.ค. มีผู้เสียหายมาแจ้งความว่าได้กู้เงินจากแอพพลิเคชั่น “เงินกู้เซลฟ์เซอร์วิส” ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย.64 จำนวนหลายครั้ง รวมเป็นเงิน ประมาณ 200,000 บาท โดยได้ชำระหนี้คืนเป็นเงินประมาณ 450,000 บาท ซึ่งเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินกำหนด จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.ฉลองกรุง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมุติศาลอาญามีนบุรีออกหมายจับที่ 115/64 จากนั้นทาง กก.สส.บก.น.3 ได้ทำการตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาพบว่า มีการดึงข้อมูลและเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหาย และมีการทวงถามหนี้ลักษณะข่มขู่ด้วยการโทรฯ และแชตทางไลน์กับตัวผู้เสียหายและเครือญาติ ทำให้เกิดความเดือดร้อนและหวาดกลัว

ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินมีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้กว่า 100 บัญชี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีรวมมากกว่า 100 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบจนแน่ชัดว่ากลุ่มเครือข่ายดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี และเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดพัทยา เข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายแอพเงินกู้ออนไลน์ดังกล่าวก่อนจะพบผู้ต้องหาและหลักฐานจำนวนมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวมาสอบสวนขยายผลและได้ขออายัดบัญชี จำนวน 39 บัญชี พร้อมทั้งแจ้งข้อหา ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือน ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จฯ, ให้การกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา, ประกอบสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ฉลองกรุง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป