สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน จากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ว่า นางบรูค โรลลินส์ รมว.เกษตรของสหรัฐ เปิดเผยว่า กระทรวงจะใช้งบประมาณสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,935 ล้านบาท) สำหรับการตรวจสอบความปลอดภัยทางชีวภาพฟรีแก่ฟาร์ม และ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,549 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มเงินเยียวยาสำหรับเกษตรกร ซึ่งจำเป็นต้องกำจัดไก่ที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก
โรลลินส์อธิบายว่า เงินส่วนหนึ่งจะมาจากแผนการลดการใช้จ่ายของกระทรวงเกษตร ที่จัดทำโดยสำนักงานประสิทธิภาพรัฐบาล หรือดอจ ของนายอีลอน มัสก์ แต่ในเวลาต่อมา นางไคลีทคาซ บูลเลอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำกรรวงเกษตรสหรัฐ ชี้แจงว่า เงินดังกล่าวมาจากบริษัทเครดิตสินค้าของกระทรวงเกษตร ซึ่งเป็นกองทุนตามดุลพินิจ ที่รัฐมนตรีสามารถขอเบิกจ่ายใช้ได้
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรสหรัฐกำลังศึกษาเกี่ยวกับวัคซีนสำหรับไก่ แต่ยังไม่มีการอนุญาตให้ใช้ เนื่องจากอุตสาหกรรมสัตว์ปีกยังคงเสียงแตกในประเด็นดังกล่าว ด้วยความกังวลถึงผลกระทบต่อการค้า
“วัคซีนอาจเป็นทางออกได้ แต่เรายังไม่พร้อมผลักดัน และหรือกำหนดให้ต้องมีวัคซีน” โรลลินส์กล่าว
อย่างไรก็ดี รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแผนจะเพิ่มการนำเข้าและลดการส่งออกไข่ เพื่อกระตุ้นอุปทานภายในประเทศ และต่อสู้กับราคาไข่ที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ขณะที่มีรายงานว่า ตุรกีจะส่งออกไข่ 15,000 ตัน ไปยังสหรัฐ จนถึงเดือน ก.ค. นี้ และในปีนี้ ตุรกีคาดว่าจะส่งไข่มายังสหรัฐประมาณ 420 ล้านฟอง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปกติประมาณ 70 ล้านฟอง
นับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ราคาไข่ไก่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อุปทานที่ยังไม่เพียงพอ ได้ทำให้ผู้บริโภคบางส่วน “กว้านซื้อไข่ด้วยความตระหนก”.
เครดิตภาพ : AFP



