‘พลาสติก’ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่ถุงใส่ของ แก้วกาแฟ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์อาหาร แต่ใครจะรู้ว่าความสะดวกสบายเหล่านี้กลับมาพร้อมกับภัยเงียบที่มองไม่เห็นอย่าง ‘ไมโครพลาสติก’
อนุภาคพลาสติกขนาดเล็กจิ๋วเหล่านี้แทรกซึมอยู่ในทุกสิ่งที่เราสัมผัส ตั้งแต่น้ำดื่ม อาหารทะเล ไปจนถึงอากาศที่เราหายใจ และเมื่อเข้าสู่ร่างกายของเรา ไมโครพลาสติกเหล่านี้อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย ทั้งการอักเสบ การทำลายเซลล์ และอาจส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
ในฐานะผู้บริโภค เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อปกป้องตัวเองจากความเสี่ยงดังกล่าว? นอกจากลดการใช้พลาสติกแล้ว ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ นั่นก็คือการเพิ่ม ‘สารต้านอนุมูลอิสระ’ ให้กับร่างกาย
Sustain Daily ชวนสำรวจโลกของไมโครพลาสติกและสารต้านอนุมูลอิสระ พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีและห่างไกลจากภัยเงียบที่ว่านี้
ผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อระบบสืบพันธุ์
ก่อนอื่นเริ่มจากทำความเข้าใจกันก่อนว่า ‘ไมโครพลาสติก’ ที่พบได้ในชีวิตประจำวันนั้นมาจากการถูกเติมลงไปในผลิตภัณฑ์บางชนิดโดยตั้งใจ หรือเกิดจากการแตกตัวของพลาสติกชิ้นใหญ่ อนุภาคของมันประกอบไปด้วยสารเคมีพลาสติกจำนวน มากถึง 16,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนดังกล่าว ไมโครพลาสติกนับพันชนิดสามารถปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายมนุษย์และสะสมอยู่ในอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ‘ระบบสืบพันธุ์’ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างร้ายแรง เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน การลดลงของระดับเทสโทสเตอโรนและเอสโตรเจน คุณภาพและปริมาณของอสุจิลดลง รวมถึงการทำงานที่ผิดปกติของรังไข่ นอกจากนี้ ยังสามารถทะลุผ่านกำแพงกั้นสมองและรกได้ ทำให้สารพิษสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจวาย มะเร็ง และภาวะอักเสบเรื้อรัง
นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Toxicological Sciences เปิดเผยว่า ไมโครพลาสติกถูกตรวจพบในอัณฑะเพศชาย โดยมีความเข้มข้นสูงถึง 330 ไมโครกรัมต่อเนื้อเยื่อ 1 กรัม ทั้งยังมีรายงานการค้นพบไมโครพลาสติกในองคชาตและน้ำอสุจิ ซึ่งบ่งชี้ว่าอนุภาคเหล่านี้สามารถเดินทางไปได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย ส่วนในเพศหญิง หากร่างกายได้รับไมโครพลาสติกสะสม ก็อาจส่งผลต่อการพัฒนาและทำงานของรังไข่ ทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงและกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์ได้ในที่สุด
แอนโธไซยานิน: ช่วยป้องกันผลกระทบจากไมโครพลาสติก
ข้อมูลจาก The Guardian สหราชอาณาจักร เปิดเผยงานวิจัยที่ระบุว่า ‘แอนโธไซยานิน’ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในผลไม้ ถั่ว และผักหลากสี เช่น บลูเบอร์รี่ องุ่น แบล็กเบอร์รี่ และดอกไม้อีกหลายชนิด อาจช่วยลดปัญหาสุขภาพที่เกิดจากไมโครพลาสติกในระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ได้
นักวิจัยจากเครือข่ายฟินแลนด์-จีนด้านอาหารและสุขภาพ พบว่า แอนโธไซยานินมีคุณสมบัติในการปกป้องระบบสืบพันธุ์จากผลกระทบของไมโครพลาสติก ตั้งแต่ช่วยป้องกันการลดลงของฮอร์โมน เพิ่มจำนวนอสุจิ ปรับปรุงคุณภาพของอสุจิ ตลอดจนป้องกันความเสียหายของรังไข่ รวมถึงในเพศชาย การศึกษาพบว่าแอนโธไซยานินสามารถช่วยรักษาความสมบูรณ์ของกำแพงกั้นเลือดอัณฑะ ซึ่งช่วยป้องกันไมโครพลาสติกจากการเข้าสู่เนื้อเยื่ออัณฑะโดยตรง
หลักฐานจากการศึกษา
ข้อมูลจากการทดลองร่วมกับหนู ในแง่ของเพศชาย พบว่า หนูที่ได้รับสารที่ก่อให้เกิดโรคคล้ายกับผลกระทบของไมโครพลาสติก จากนั้นจึงทดลองให้รับการรักษาด้วยแอนโธไซยานิน ผลปรากฎว่า มีการปรับปรุงคุณภาพของอสุจิ เช่น การเพิ่มจำนวนอสุจิและการเคลื่อนที่ของอสุจิ และยังช่วยลดความเสียหายของอัณฑะอีกด้วย
สำหรับเพศหญิง ไมโครพลาสติกที่สะสมในรังไข่อาจก่อให้เกิดการอักเสบและลดระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์โดยรวม นอกจากนี้ สารเคมีอันตรายอย่างบิสฟีนอล (BPA) และพทาเลต ซึ่งมักพบในพลาสติก สามารถเลียนแบบฮอร์โมนและรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมนได้ ซึ่งงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า แอนโธไซยานินมีศักยภาพในการปกป้องตัวรับฮอร์โมนจากสารเคมีเหล่านี้ และช่วยป้องกันความเสียหายของรังไข่ โดยทำให้ระดับฮอร์โมนกลับสู่ภาวะปกติ
โดยสรุปแล้ว การศึกษาข้างต้น นับว่าเป็นความหวังใหม่ในการใช้สารต้านอนุมูลอิสระอย่าง แอนโธไซยานิน ในการช่วยลดผลกระทบจากไมโครพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ ดังนั้นการเลือกบริโภคผักและผลไม้ที่มีสารแอนโธไซยานินสูง อาทิ เบอร์รี่ มันม่วง กะหล่ำปลีสีม่วง และองุ่น อาจเป็นทางเลือกที่ดีในการเสริมสร้างสุขภาพและลดความเสี่ยงจากไมโครพลาสติก
นอกจากนี้ การลดการใช้พลาสติกและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดปัญหานี้ในระยะยาว การตระหนักถึงอันตรายของไมโครพลาสติกและเลือกทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ อาจช่วยปกป้องทั้งตัวเราเองและคนรุ่นต่อไปจากผลกระทบของสารพิษเหล่านี้ได้



