เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 69 นายการุณย์ คูเจริญชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลไม่มีมตินำร่าง พ.ร.บ.ลำไย กลับเข้าสู่การพิจารณาตามกรอบรัฐธรรมนูญภายใน 60 วัน ส่งผลให้ร่างกฎหมายที่เป็นความหวังของชาวสวนลำไยต้องตกไปว่า ร่าง พ.ร.บ.ลำไย ซึ่งเสนอโดยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ สส.เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม ได้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาเตรียมจะพิจารณาในวาระ 2-3 ก่อนที่จะมีการประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2568 จึงถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่และเป็นฝันร้ายของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยทั่วประเทศ เพราะกฎหมายฉบับดังกล่าวถูกคาดหวังว่าจะเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาลำไยที่ตกต่ำมาอย่างยาวนาน

นายการุณย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน 33 จังหวัดทั่วประเทศ ต่างตั้งคำถามถึงความจริงใจของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่ายังให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของชาวสวนลำไยหรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เคยถูกใช้เป็นนโยบายหาเสียง แต่เมื่อเข้ามาบริหารประเทศกลับปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหาย นี่เป็นการละเลยต่อคำมั่นที่เคยให้ไว้กับประชาชน

นายการุณย์ ยังกล่าวด้วยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และอดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ผลักดันกฎหมายฉบับนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการยกระดับลำไยให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการผลิต การตลาด และการส่งออก เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

“ผมขอเรียกร้องให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงแนวทางการดำเนินการต่อจากนี้ให้ชัดเจน เนื่องจากประเทศไทยมีผลผลิตลำไยมากกว่า 1.2 ล้านตันต่อปี สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 30,000 ล้านบาท และมีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยกว่า 250,000 ครัวเรือน ที่กำลังรอความหวังจากภาครัฐ ผมขอทวงสัญญาจากผู้มีอำนาจในวันนี้ ให้กลับมาให้ความสำคัญกับชาวสวนลำไย อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยว” นายการุณย์ กล่าว