สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่า โครงการอาหาร สภาพอากาศ และการแพทย์ที่สำคัญในหมู่เกาะแปซิฟิก ตกอยู่ในความไม่แน่นอน หลังรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ประกาศระงับความช่วยเหลือต่างประเทศเป็นเวลา 90 วัน เมื่อเดือนที่แล้ว

นางเพนนี หว่อง รมว.การต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า รัฐบาลแคนเบอร์ราเริ่มดำเนินการตรวจสอบว่า โครงการใดในภูมิภาคแปซิฟิก มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยพิจารณาที่จะแบกรับภาระบางส่วน

อย่างไรก็ตาม หว่องเตือนว่า ความคิดที่ว่าออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้บริจาคความช่วยเหลือรายใหญ่ที่สุดของแปซิฟิกอยู่แล้ว สามารถเติมเต็มช่องว่างที่สหรัฐทิ้งไว้ทั้งหมดนั้น “เป็นเรื่องที่ไม่สมจริง”

ด้านนายเจมี อิสบิสเตอร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านกิจการต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียเริ่มพิจารณาแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่มันไม่ใช่การตรวจสอบและดำเนินการในครั้งเดียว เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่แน่นอน และทางการต้องพิจารณาว่าจะปรับโครงการอย่างไร เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว

ความคิดเห็นของหว่อง และอิสบิสเตอร์ มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่รัฐบาลสหรัฐยืนยันว่า จะลดงบประมาณการพัฒนาและความช่วยเหลือต่างประเทศ มูลค่า 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.84 ล้านล้านบาท)

อนึ่ง หน่วยงานช่วยเหลือหลายแห่งในแปซิฟิกใต้ ใช้เวลานานหลายสัปดาห์ในการรับมือกับผลกระทบจากการลดงบประมาณที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ขณะที่หน่วยงานเพื่อการพัฒนา ระบุเสริมว่า ประเทศเกาะแปซิฟิกที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ โดดเดี่ยว และถูกคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เป็นประเทศที่พึ่งพาความช่วยเหลือมากที่สุดในโลก.

เครดิตภาพ : AFP