มิเกล อาร์เตตา ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล เป็นงานสุด ๆ เมื่อออกปากชมทีมงาน VAR นำโดยผู้ตัดสิน ดาร์เรน อิงแลนด์ ว่า ทำหน้าที่ได้อย่างกล้าหาญชาญชัยไม่มีใครเกิน เมื่อตัดสินใจริบประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ “ปืนใหญ่” บุกไปเชือด “ขุนค้อน” หวุดหวิด 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เกมนี้ อาร์เซนอล ออกนำก่อน 1-0 จากฝีเท้าของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ในนาทีที่ 83 ทว่า เวสต์แฮม ไม่ยอมลงหลุมง่าย ๆ และเกือบตามตีเสมอได้สำเร็จ เมื่อ คัลลัม วิลสัน ซัดบอลข้ามเส้นประตูเข้าไปในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+5 และ คริส คาวานาห์ ผู้ตัดสินในสนาม ก็ส่งสัญญาณให้เป็นประตูไปแล้ว

ทว่าห้อง VAR นำโดย เปาอิงแลนด์ กลับส่งสัญญาณให้ คาวานาห์ ย้อนกลับไปดูภาพช้าที่จอข้างสนาม เนื่องจากมองว่า ปาโบล กองหน้าของ เวสต์แฮม น่าจะทำฟาวล์ก่อนแล้ว หลังเอาท่อนแขนไปฟาดหน้า ดาบิด รายา นายทวารของอาร์เซนอล ก่อนที่ วิลสัน จะซัดบอลข้ามเส้นเข้าไป
ขณะที่หลังจากพิจารณาภาพช้าจากมุมต่าง ๆ รวม 17 ครั้ง เป็นเวลารวม 4 นาที 17 วินาที คาวานาห์ จึงตัดสินใจริบประตูของ เวสต์แฮม และให้เป็นลูกฟรีคิกของ อาร์เซนอล แทน จนทำให้ เดอะ กันเนอร์ส ชนะไปหวุดหวิด 1-0 พร้อมโกยแต้มหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมอันดับ 2 เป็น 5 คะแนนอีกครั้ง

อาร์เตตา กล่าวว่า “ตอนที่ผมต้องวิจารณ์ (ผู้ตัดสิน) ผมก็วิจารณ์พวกเขา แต่วันนี้ผมต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขา (ทีมงาน VAR) คุณต้องใช้ความกล้าหาญ และความเด็ดเดี่ยวอย่างมากในการที่จะก้าวออกมา และให้โอกาสผู้ตัดสินได้ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์นั้นซ้ำอีกครั้ง”
“เมื่อคุรได้เห็นภาพ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันเป็นการทำฟาวล์อย่างชัดเจน พวกเขากล้าหาญมาก ๆ จังหวะนั้นสมควรเป็นลูกฟาวล์ ตามความเห็นของผม มันชัดเจนมาก ๆ มันเป็นไปตามกฎ และเราก็เรียกร้องความสม่ำเสมอ (ในการตัดสิน) มาโดยตลอด” กุนซือ เดอะ กันเนอร์ส กล่าว.
ภาพ REUTERS



