น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับ 20 หน่วยงาน ว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี ได้รายงานความคืบหน้าหลังจากหารือกับผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือในการปิดกั้นคีย์เวิร์ดการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า และขอให้ผู้ประกอบการเร่งทำบัญชีรายชื่อผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม หากพบมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ต้องปิดกั้นทันที สำหรับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่ง ได้ขอความร่วมมือให้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ ห้ามให้มีการจัดส่งบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ข้อความตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กำหนด ณ สถานที่ให้บริการทุกแห่ง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้า กรณีมีเหตุอันควรสงสัย ให้ตรวจสอบโดยวิธีการผ่านเครื่องสแกน และต้องมีการจัดเก็บข้อมูลของผู้ส่งสินค้าไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อเป็นข้อมูลให้ สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถตรวจสอบได้ในกรณีที่มีการร้องขอ

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการปราบปรามการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมา ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มีการปิดกั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า กว่า 9,000 แพลตฟอร์ม

รวมถึงได้ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทย กระทวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สรุปผลการปราบปราม โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รวบรวมข้อมูลรายสัปดาห์ และจัดแถลงผลให้ประชาชนรับทราบ ทั้งนี้หากผู้ใดพบเห็นการลักลอบผลิต ขายบุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ หรือแจ้ง สคบ. ได้ที่สายด่วน 1166 เว็บไซต์ www.ocpb.go.th แอปพลิเคชัน OCPB Connect รวมทั้งศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด หรือ สายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 หรือ ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ สายด่วน 1212 (24 ชั่วโมง) รวมถึง อีเมล [email protected]