เมื่อวันที่ 11 มี.ค. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดศูนย์ควบคุมและพักพิงสุนัขกรุงเทพมหานคร ประเวศ เขตประเวศ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างติดกำแพงกันเสียง ซึ่งได้ผู้รับจ้างแล้ว แต่ด้วยงานโครงสร้างที่ต้องทำให้แข็งแรง จึงคาดว่าต้องใช้เวลาอีกระยะ เนื่องจากหากเปิดเป็นทางการ แต่ยังติดตั้งกำแพงกันเสียงไม่เรียบร้อย เมื่อสุนัขเห่าจะส่งเสียงรบกวนประชาชนละแวกใกล้เคียงได้

สำหรับ กทม. มีศูนย์ที่ดูแลสุนัขและแมวจรจัด 2 แห่ง คือ 1.ศูนย์ควบคุมและพักพิงสุนัขกรุงเทพมหานคร ประเวศ เป็นสถานที่รับสุนัขและแมวที่มาจากการร้องเรียน 4 กรณี ได้แก่ กรณีสงสัยหรือสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า กรณีกัดทำร้ายคนที่หลักฐานชัดเจน กรณีดุร้ายหรือมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะสร้างความไม่ปลอดภัยที่มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นจริง และกรณีเจ้าของสิ้นสภาพการเลี้ยงและไม่มีทายาทรับเลี้ยง

ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวสามารถรองรับสุนัขและแมวจรจัดได้ไม่เกิน 1,500 ตัว สัตว์จะอยู่กันได้อย่างไม่แออัด และ 2.ศูนย์พักพิงสุนัขอุทัยธานี ซึ่งเป็นศูนย์ขนาดใหญ่รองรับสุนัขแมวจรจัดได้ 6,000 ตัว ปัจจุบันมีประมาณ 2,000 ตัว

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า เนื่องจากศูนย์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการ ล่าสุด กทม. จึงใช้เป็นพื้นที่สำหรับกักสุนัขต้องสงสัยว่าจะป่วยด้วยโรคติดต่อ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า อย่างกรณีล่าสุด ที่พบสุนัขติดพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ประเวศ เจ้าหน้าที่ต้องลงปูพรมลงจับสุนัขจรที่อยู่ในรัศมีตามระบบของระบาดวิทยา เพื่อนำมากักตัวดูอาการว่า มีสุนัขตัวใดติดเชื้ออีกหรือไม่

เบื้องต้นจับมาได้ประมาณ 200 ตัว และระยะกักตัวจะนานหลายเดือน หากไม่ติดโรค ก่อนปล่อยให้มีคนมารับไปดูแลต่อ ก็จะต้องฉีดวัคซีนให้ครบทุกโรค หรือกรณีสัตว์จร เมื่อดำเนินการฉีดวัคซีนทำหมันเรียบร้อยก็ต้องปล่อยกลับ หรือผ่องถ่ายไปยังศูนย์ที่ จ.อุทัยธานี

“ปัจจุบันมีสุนัขและแมวที่เราฉีดวัคซีน ทำหมันและปรับพฤติกรรมแล้วจำนวนหลายตัว ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการเปิดให้คนรักสัตว์มาติดต่อขอรับไปเลี้ยงก็มีผู้มาขอรับไปแล้วกว่า 100 ตัว หากคนรักสัตว์เลี้ยงจะติดต่อขอรับไปดูแล สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เฟซบุ๊ก BKK Adopter” รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ.