เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านของ นายเลือก สืบสวน อายุ 58 ปี ตั้งอยู่ในหมู่บ้านหนองยาว ม.2 ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง หลังจากเจ้าตัวถูกเพื่อนบ้านฟันคอตายคาที่ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อไปถึงพบ นางสมบัติ สืบสวน อายุ 55 ปี ภรรยาผู้ตายกำลังจัดงานศพของนายเลือก ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของบรรดาญาติใกล้ชิด

นางสมบัติ เปิดเผยเรื่องราวให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนกับสามี พากันออกไปเกี่ยวข้าวที่ทุ่งนาใกล้บ้าน จังหวะนั้นนางภาพ ลูกพี่ลูกน้องได้แวะเอาฟักทอง 2 ลูกมาให้ตนกับสามี แต่ตนเองได้ไล่นางภาพออกไปจากทุ่งนา เพราะไม่อยากจะยุ่งสุงสิงด้วย และไม่อยากรับฟักทองเอาไว้ เนื่องจากกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น

นางสมบัติ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ตนกลัวว่าจะเกิดเหตุร้ายนั้น เป็นเพราะนางภาพกำลังคุยกับนายเวียน มั่งคั่ง อายุ 61 ปี โดยนางภาพเป็นสาวม่าย ส่วนภรรยาของนายเวียนไปทำงานเลี้ยงลูกอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ทุกครั้งที่นางภาพไปยุ่งสุงสิงกับใคร ก็มักจะเกิดเรื่องขึ้นตลอด เพราะนายเวียนเป็นคนอารมณ์ร้อน และค่อนข้างหึงหวง ไม่อยากให้นางภาพไปยุ่งกับใคร โดยเฉพาะกับผู้ชาย

นางสมบัติ กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังไล่นางภาพออกจากนาไปนั้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่นายเวียนขี่จยย.ผ่านมา พอนายเวียนเห็นว่านางภาพเอาฟักทองมาให้ตนกับสามี จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด นายเวียนเดินเข้ามากระชากผมของนางภาพจนล้มลงกับพื้น จากนั้นก็พยายามบีบคอนางภาพ และนางภาพหันไปหยิบเอาเคียวเกี่ยวข้าวหวังจะทำร้ายนายเวียน แต่นายเวียนแย่งไปได้กำลังจะใช้ก่อเหตุฟันนางภาพ แต่พอดีว่าเคียวเกี่ยวข้าวหลุดมือไปก่อน ตนกับสามีจึงได้รีบเข้าห้าม ขอร้องโดยการยกมือไหว้ ไม่ให้ทำร้ายกัน

จากนั้นนายเวียนจึงเดินกลับไปที่รถจยย. หยิบมีดพร้า แล้วย้อนกลับมาที่กลางทุ่งนาอีกครั้ง ก่อนจะใช้สันมีดพร้าทุบมาที่หัวตนนั้นอย่างแรง ทำให้สามีของตนไม่พอใจ ต่อว่านายเวียนไป สามีเลยถูกนายเวียนผลักจนล้มลงบนพื้น ตนจึงไปหยิบเอาไม้ฟืนละแวกนั้นมาทุบหัวนายเวียนไป 5 ครั้ง ส่วนสามีก็ยกมือขึ้นมา พร้อมกับพูดว่า “พอๆ พอแล้ว” จังหวะนั้น นายเวียนก็ฟันเข้าที่ชายโครงซ้าย 1 ครั้งโดนเสื้อ แล้วฟันคอสามีตนซ้ำอีก 2 ครั้ง ตนเห็นเช่นนั้นจึงใช้ไม้ฟาดนายเวียนเพื่อให้หยุดทำร้ายสามี โดยมีการใช้ไม้ฟาดไปหลายครั้ง จนกระทั่งนายเวียนล้มลง ก่อนจะรีบวิ่งไปขึ้นรถจยย.หลบหนีออกไป

นางสมบัติ กล่าวต่อ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามีกับตนไม่เคยมีเรื่องหรือทะเลาะมีปากเสียงอะไรกับนายเวียน แต่เกิดจากความเข้าใจผิด ที่นางภาพเอาฟักทองมาให้ แต่ดันมีผู้ชายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทำให้นายเวียนเกิดความเข้าใจผิด ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น แม้ว่าล่าสุดนายเวียนจะถูกตำรวจจับแล้วก็ตาม ตนเองก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ลูกชายและลูกสาวก็ยืนยันว่าอยากจะเอาผิดให้ถึงที่สุด ติดคุกให้นานที่สุด เพราะยังรู้สึกโกรธกับการกระทำที่มีการฆ่ากันจนถึงตาย และโกรธนางภาพมากที่มาวุ่นวายจึงเกิดเรื่องขึ้น ถ้านางภาพไม่มาก็คงไม่มีเหตุฆ่ากันตายเช่นนี้

ด้าน น.ส.ฉวีวรรณ ทรงสมมี อายุ 52 ปี อสม.ประจำ ต.ประทัดบุ ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่เกิดเหตุและเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วันที่เกิดเหตุ ช่วงประมาณเที่ยง ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่า มีเหตุทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นที่ทุ่งนา ตนจึงไปยังที่เกิดเหตุ พบนายเลือก นอนจมกองเลือดอยู่ที่กลางทุ่งนาโดยมีนางสมบัติ สืบสาน อยู่ในที่เกิดเหตุ ตนจึงได้ช่วยกันพานายเลือก )เดินขึ้นมายังโรงเก็บฟางข้างทุ่งนา และแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจ พร้อมทั้งช่วยปฐมพยาบาลใช้แมสก์ซับเลือด ที่ไหลออกมาจำนวนมาก ระหว่างที่รอกู้พัยนั้น ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ขณะที่ พ.ต.อ.สินธุ ชั้นไพบูลย์ ผกก.สภ.ทุ่งมน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีนายเวียน ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทางผู้ต้องหามีอาการเครียดมาก ตอนแรกจะพาไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ แต่ก็ไม่ได้พาไป เพราะเกรงว่าจะเกิดการรุมประชาทัณฑ์เกิดขึ้น เบื้องต้นผู้ต้องหากับญาติ ได้ตั้งทนายสู้ในชั้นศาลแล้ว.