สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งหนังสือถึงสภาคองเกรส ว่าจะยังไม่ใช้จ่ายงบประมาณช่วยเหลือยูเครนวงเงิน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,457.20 ล้านบาท) ซึ่งสภาคองเกรสอนุมัติไว้ จนกว่าจะถึงปีงบประมาณ 2572 แม้ยูเครนกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาวุธ สำหรับรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งหนังสือถึงสภาคองเกรส เพื่อชี้แจงแผนการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าว ทว่าผ่านไปแล้วนานกว่า 2 เดือน งบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้รับการเบิกจ่าย หรือแม้แต่เข้าสู่ขั้นตอนการทำสัญญา


แหล่งข่าวระบุว่า สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจำนวนหนึ่ง ไม่พอใจกับกรอบเวลาของเพนตากอน ซึ่งมองว่าล่าช้าผิดปกติสำหรับสถานการณ์ที่ยังอยู่ระหว่างสงคราม

แผนดังกล่าวระบุว่า จะเริ่มผูกพันงบประมาณภายในปีงบประมาณ 2569 และคาดว่าจะส่งมอบความช่วยเหลือทั้งหมดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. 2572 ซึ่งเป็นช่วงปลายวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์


ทั้งนี้ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,728.60 ล้านบาท) สำหรับจัดหาอาวุธ กระสุน และวัตถุระเบิด 99.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,360.94 ล้านบาท) สำหรับยานพาหนะ อะไหล่ และอุปกรณ์ และอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,364.30 ล้านบาท) สำหรับการฝึกอบรม การขนส่ง และบริการสนับสนุนอื่น ๆ ให้แก่กองทัพยูเครน


อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎหมายของสหรัฐ ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจระงับการใช้จ่ายงบประมาณที่สภาคองเกรสอนุมัติแล้ว เพื่อดำเนินนโยบายของตนเอง

อนึ่ง กระบวนการถอดถอนทรัมป์ครั้งแรก เมื่อปี 2562 มีชนวนสำคัญมาจากการที่รัฐบาลทรัมป์ระงับความช่วยเหลือด้านกลาโหมแก่ยูเครน ซึ่งสำนักงานตรวจสอบของรัฐบาลวินิจฉัย ว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS