เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาที่บริเวณชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีประชาชนจำนวนมากต่างนำอุปกรณ์จับสัตว์น้ำเช่น อวน แห ลงจับสัตว์ทะเล อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ลอยแพขึ้นหายใจเต็มทะเลหัวหิน ตั้งแต่บริเวณบริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลา ตลอดแนวถึงริมกำแพงวังไกลกังวล ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ระยะทางกว่า 2 กม. หลังเกิดปรากฏการณ์ นํ้าทะเลเบียด ค่าออกซิเจนลดลง เนื่องจากฝนตกหนักและมีปริมาณนํ้าจืดไหลลงทะเลเป็นจำนวนมาก
ซึ่งชาวบ้านแต่ละรายสามารถจับปลาขนาดใหญ่ ทั้งปลาสร้อย ปลากระเบน ปลาฉลาม ปลาดุกทะเล กุ้งและปูม้า เพื่อนำกลับไปประกอบอาหารที่บ้าน ขณะที่บางคนนำไปขายให้แม่ค้าสร้างรายได้อย่างงดงาม ท่ามกลางนักท่องเที่ยวที่ยืนดูด้วยความสนใจ

นายพยอม สะมาสิ อายุ 63 ปี กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนบ้านทราบข่าวว่าเช้านี้น้ำทะเลเบียด จึงได้นำแหกับอวนมาจับปลา แต่ว่าน้ำขึ้นทำให้จับปลาได้ลำบากและได้ไม่มากนัก ปลาที่ติดมาเป็นปลาตัวเล็กๆ ตั้งแต่เช้าตนจับปลาสร้อยตัวหนึ่งน้ำหนักประมาณ 2.5 กิโลกรัม นักท่องเที่ยวเห็นก็ขอเข้ามาถ่ายรูปเพื่อไว้เป็นที่ระลึก และได้มีชาวบ้านมาขอซื้อไปประกอบอาหารในราคา 250 บาท

ด้านด.ช.อรรถสาร ดิวแดช อายุ 12 ปี กล่าวว่า ตนมากับครอบครัวที่ทำอาชีพประมง ชวนกันมาวางอวนปู ได้ปูกลับบ้านไปประมาณ 10 กิโล ส่วนใหญ่จะเป็นปูม้าและปลาตัวเล็กๆที่มาติดอวน ก็จะเอากลับไปประกอบอาหารที่บ้าน

ขณะที่นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ฝากเตือนประชาชนที่ไปหาปลาบริเวณริมชายหาดหัวหินควรระมัดระวัง โดยเฉพาะปลาทะเลที่มีเงี้ยงแหลมคม เช่น ปลากระเบนตุ๊กตา ปลาดุกทะเล ซึ่งมีครีบและหนามที่แหลมคม ขอให้ใส่รองเท้าผ้าใบพื้นหนาๆ อย่าเดินเท้าเปล่าลงทะเล เพราะอาจถูกเงี่ยงปลาทิ่มเท้าได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะเด็กๆ ต้องระมัดระวังให้มาก

สำหรับปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากมีฝนตกหนัก ทำให้มีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลลงสู่ทะเล จนปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “น้ำเปลี่ยนสี” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “น้ำเบียด-น้ำกัน” ส่งผลให้น้ำทะเลมีค่าออกซิเจนที่น้อยลง สัตว์ทะเลจึงลอยขึ้นเหนือน้ำเพื่อหายใจ และหลังจากนี้หากไม่มีฝนตกต่อเนื่อง สถานการณ์ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับสัตว์ทะเลที่นำไปบริโภคชาวบ้านยืนยันว่าไม่มีผลกระทบใดๆ เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติเกิดขึ้นทุกปี.



