เมื่อช่วงกลางเดือน มี.ค. 68 บริเวณตลาดคลองเตย 1 สำนักงานเขตคลองเตย ได้แจ้งให้ผู้ค้า เก็บอุปกรณ์ทำการค้า พร้อมเคลื่อนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดออกจากตลาดให้แล้วเสร็จ และทำการรื้อถอนเนื่องจากบริเวณดังกล่าว มีแผงค้าตั้งกีดขวางทางเดินรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ทางเท้าและได้รับการร้องเรียน ว่าในพื้นที่ไม่ถูกสุขลักษณะตามหลักสุขาภิบาล เขตจึงประกาศยกเลิกพื้นที่ทำการค้าบริเวณดังกล่าว พร้อมเดินหน้าโครงการปรับภูมิทัศน์ทางเท้าบริเวณหน้าตลาดคลองเตย 1 ให้เชื่อมต่อกับจุดอื่นเป็นวงกลม และเชื่อมกับตลาดลาว ซึ่งได้มีการยกเลิกพื้นที่ค้าไปก่อนหน้านี้

หรือพื้นที่อีกจุดที่ กทม. ดำเนินการแล้วเสร็จ นั่นก็คือ บริเวณตลาดพรานนก ถนนอิสรภาพฝั่งขาเข้า เขตบางกอกน้อย ได้จัดระเบียบผู้ค้าบริเวณหน้าตลาดเดิมไปด้วย ควบคู่ไปกับการ ปรับปรุงทางเท้า โดยย้ายผู้ค้าเข้าไปทำการค้าภายในตลาดพรานนกและผู้ค้าบางส่วนย้ายไปทำการค้าในที่แห่งใหม่ ซึ่งเมื่อดำเนินการจัดระเบียบแล้วพบว่า บริเวณทางเท้าหน้าตลาด มีความสะอาด สวยงาม ไม่มีน้ำนองเลอะเทอะ สร้างความสกปรก

และ ในวันที่ 1 เม.ย. นี้ ก็จะมีอีกหนึ่งจุดพื้นที่การค้ายอดฮิตที่ถูกยกเลิก ไม่ให้ทำการค้าบนทางเท้า นั่นก็คือ บริเวณถนนมหาจักรทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ถนนเจริญกรุง จนถึงถนนอนุวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์
ข้อดีของการจัดระเบียบ หาบเร่แผงลอย บนทางเท้าและการปรับปรุงทางเท้า สำหรับผู้ใช้งาน พบว่า ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้นไม่ต้องเสี่ยงลงไปเดินบนถนนเพื่อให้เกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเมื่อทางเท้ามีความกว้าง การเดินสวนกันก็ไม่เบียด และทางเท้าดี ทำให้การสัญจรเป็นไปง่ายขึ้น การเดินทางในระยะใกล้สามารถทำได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องนั่งรถโดยสารสาธารณะ หรือรถยนต์ แต่หากมองในมุมกลับกัน แผงค้าหาบเร่บนทางเท้าก็ถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่ง ที่ชาวต่างชาติ อยากพบเห็นเมื่อมาเที่ยวในกรุงเทพฯ รวมทั้งผู้ค้าบางรายที่เคยค้าขายมานาน เมื่อย้ายที่ขายหรือย้ายจุด ก็มีความกังวลเรื่องของรายได้ที่อาจจะหดหายไป เนื่องจากลูกค้าอาจไม่ตามไปซื้อในจุดที่ กทม. จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งจะพบเห็นว่าหลายจุด เมื่อมีการจัดระเบียบทางเท้านั้น ก็จะมีบรรดาผู้ค้า บางส่วนคัดค้านไม่เห็นด้วย และอยากจะขายในพื้นที่เดิม
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า แท้จริงแล้วการที่ กทม. ดำเนินจัดระเบียบยกเลิกพื้นที่ขายบนทางเท้าและจัดหาพื้นที่ขายใหม่ให้นั้น สามารถช่วยผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้าแผงลอย มีรายได้อย่างยั่งยืน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เคยระบุไว้ระหว่างลงพื้นที่ สำรวจตลาดคลองเตย 1 หลังปรับภูมิทัศน์ทางเท้าและรื้อถอนสิ่งกีดขวางเพื่อคืนทางเท้าให้ชาวคลองเตย ว่า “ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เมืองดีขึ้น หากอยู่มานานแบบไม่ถูกต้องก็ต้องปรับเปลี่ยน ตรงไหนที่ผ่อนผันได้ เราก็จัดให้ แต่ตรงนี้เดินไม่ได้จริงๆ และข้างในมีตลาด ก็อยากจะให้เข้าไปอยู่รวมกันให้เรียบร้อย กทม. ไม่ใช่เจ้าของทางเท้า เราเป็นผู้ดูแล แต่ทางเท้าเป็นของทุกคน ต้องช่วยกันร่วมมือกัน”

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ และหัวหน้าฝ่ายเทศกิจสำนักงานเขต ครั้งที่ 1/2568 มีรายงานผลการจัดระเบียบหาบเร่-แผงลอย ในพื้นที่ กทม. จากเดิมมีพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน 86 จุด ผู้ค้า 4,297 ราย และพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน 735 จุด ผู้ค้า 16,550 ราย ปัจจุบันในปี 68 เหลือพื้นที่ทำการค้าจุดผ่อนผัน 61 จุด ผู้ค้า 3,723 ราย และพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน 323 จุด ผู้ค้า 9,996 ราย.
ทีมข่าวชุมชนเมืองรายงาน



