สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า กลุ่มประเทศยากจนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุไซโคลน ภัยแล้ง ไฟป่า และภัยพิบัติอื่น ๆ ตามรายงานสถานะสภาพอากาศโลก โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) ประจำปี
ดับเบิลยูเอ็มโอกล่าวว่า จำนวนผู้คนที่อพยพหนีภัยธรรมชาติจากสภาพอากาศนั้น อ้างอิงจากตัวเลขของศูนย์ติดตามการอพยพระหว่างประเทศ (ไอดีเอ็มซี) ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาตั้งแต่ปี 2551
ในโมซัมบิก ประชาชนราว 100,000 คน ต้องอพยพหนีภัยจากพายุไซโคลนชิโด เช่นเดียวกับประเทศร่ำรวยอย่างสเปน ซึ่งในเมืองบาเลนเซียต้องเผชิญกับอุทกภัย ที่คร่าชีวิตผู้คนไป 224 ราย รวมถึงไฟป่าครั้งใหญ่ในแคนาดาและสหรัฐ ที่ทำให้ผู้คนมากกว่า 300,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
The #StateOfClimate report, released today, reveals key climate change indicators again reached record levels in 2024.
— World Meteorological Organization (@WMO) March 18, 2025
Check out the full report: https://t.co/JRdbmCa3yy pic.twitter.com/nDa2qmJZVT
น.ส.เซเลสเต เซาโล เลขาธิการดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวว่า เพื่อตอบสนองต่อเรื่องนี้ ดับเบิลยูเอ็มโอและชุมชนโลก กำลังเพิ่มความพยายามในการเสริมสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า และบริการด้านสภาพอากาศ
???? #WorldMeteorologicalDay is in 2 days!
— World Meteorological Organization (@WMO) March 21, 2025
???? The impact is clear: Multi-hazard early warnings systems generate tenfold return on investment.#EarlyWarningsForAll is more than a goal—it’s a necessity.
???? Join the movement: https://t.co/Q5azsd56JX pic.twitter.com/ue7BfYQaJi
ดับเบิลยูเอ็มโอเรียกร้องว่า ประชากรโลกต้องรับความคุ้มครองด้วยระบบดังกล่าว ภายในสิ้นปี 2570 “เรากำลังมีความคืบหน้า แต่จำเป็นต้องดำเนินการต่อไปและเร็วขึ้น มีเพียงครึ่งหนึ่งของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่เหมาะสม” เธอย้ำ
รายงานสถานะสภาพอากาศโลกยังระบุอีกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ได้เพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดอีกครั้ง เมื่อปี 2567 ซึ่งถือเป็นปีร้อนที่สุดในรอบ 175 ปี ของการสังเกตการณ์ และเป็นปีแรกในปฏิทินที่อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้พื้นผิวโลก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2393-2443 ถึง 1.55 องศาเซลเซียส.
เครดิตภาพ : AFP



