สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ว่า กลุ่มประเทศยากจนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุไซโคลน ภัยแล้ง ไฟป่า และภัยพิบัติอื่น ๆ ตามรายงานสถานะสภาพอากาศโลก โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) ประจำปี

ดับเบิลยูเอ็มโอกล่าวว่า จำนวนผู้คนที่อพยพหนีภัยธรรมชาติจากสภาพอากาศนั้น อ้างอิงจากตัวเลขของศูนย์ติดตามการอพยพระหว่างประเทศ (ไอดีเอ็มซี) ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาตั้งแต่ปี 2551

ในโมซัมบิก ประชาชนราว 100,000 คน ต้องอพยพหนีภัยจากพายุไซโคลนชิโด เช่นเดียวกับประเทศร่ำรวยอย่างสเปน ซึ่งในเมืองบาเลนเซียต้องเผชิญกับอุทกภัย ที่คร่าชีวิตผู้คนไป 224 ราย รวมถึงไฟป่าครั้งใหญ่ในแคนาดาและสหรัฐ ที่ทำให้ผู้คนมากกว่า 300,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน

น.ส.เซเลสเต เซาโล เลขาธิการดับเบิลยูเอ็มโอ กล่าวว่า เพื่อตอบสนองต่อเรื่องนี้ ดับเบิลยูเอ็มโอและชุมชนโลก กำลังเพิ่มความพยายามในการเสริมสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า และบริการด้านสภาพอากาศ

ดับเบิลยูเอ็มโอเรียกร้องว่า ประชากรโลกต้องรับความคุ้มครองด้วยระบบดังกล่าว ภายในสิ้นปี 2570 “เรากำลังมีความคืบหน้า แต่จำเป็นต้องดำเนินการต่อไปและเร็วขึ้น มีเพียงครึ่งหนึ่งของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งมีระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่เหมาะสม” เธอย้ำ

รายงานสถานะสภาพอากาศโลกยังระบุอีกว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ได้เพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดอีกครั้ง เมื่อปี 2567 ซึ่งถือเป็นปีร้อนที่สุดในรอบ 175 ปี ของการสังเกตการณ์ และเป็นปีแรกในปฏิทินที่อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้พื้นผิวโลก สูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2393-2443 ถึง 1.55 องศาเซลเซียส.

เครดิตภาพ : AFP