เว็บไซต์ไลฟ์ไซแอนซ์เผยผลการศึกษาใหม่ว่า มีการค้นพบดาวเคราะห์คล้ายโลก 4 ดวง ซึ่งแต่ละดวงมีขนาดประมาณ 20-30% ของโลก กำลังโคจรอยู่ในระบบดาวเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เราที่สุด ดาวเคราะห์เหล่านี้อยู่ใกล้พอที่มนุษย์รุ่นต่อๆ ไปอาจสามารถเดินทางไปสำรวจและเยี่ยมชมได้ด้วยเทคโนโลยีในอนาคต อย่างไรก็ตาม ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะพบสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่นั่น
นักดาราศาสตร์สงสัยมานานแล้วว่ามีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอย่างน้อยหนึ่งดวงที่โคจรรอบดาวบาร์นาร์ด ซึ่งเป็นดาวแคระแดงที่มีมวลประมาณ 1 ใน 6 ของดวงอาทิตย์ โดยอยู่ห่างจากโลกราว 5.97 ปีแสง จึงถือเป็นดาวที่อยู่ใกล้ระบบสุริยะของเราเป็นอันดับที่ 4 รองจากดาวฤกษ์ 3 ดวงในระบบอัลฟาเซนทอรี

ในอดีต นักวิจัยสันนิษฐานว่า ดาวบาร์นาร์ดมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะที่เป็นมวลก๊าซขนาดใหญ่คล้ายกับดาวพฤหัสบดีโคจรไปรอบๆ ในลักษณะส่ายไปมา เนื่องจากดาวดวงนี้โคจรเข้าใกล้โลกแล้วก็ถอยห่างออกไปหลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีบางสิ่งบางอย่างดึงดูดดาวดังกล่าวไว้ด้วยแรงโน้มถ่วง เช่นเดียวกับที่ดวงจันทร์ดึงดูดโลกของเราและทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงบนโลก แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัด
ในกรณีศึกษาล่าสุดซึ่งเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมาในจดหมายข่าว The Astrophysical Journal Letters ทีมวิจัยระบุว่าพวกเขาค้นพบว่า ลักษณะการโคจรแบบส่ายของระบบดาวบาร์นาร์ดนั้น ไม่ได้เกิดจากแรงดึงดูดของดาวเคราะห์ที่เป็นมวลก๊าซขนาดใหญ่ แต่เกิดจากแรงดึงดูดร่วมกันของดาวเคราะห์ขนาดเล็ก 4 ดวง ซึ่งแต่ละดวงมีมวลมากกว่าดาวพุธประมาณ 4 เท่า

“การค้นพบนี้น่าตื่นเต้นมาก” ริทวิก บาซันต์ หัวหน้าทีมวิจัย และนักศึกษาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยชิคาโกกล่าวในแถลงการณ์ “ดาวบาร์นาร์ดเป็นเพื่อนบ้านในจักรวาลของเรา แต่เรากลับรู้เรื่องดาวดวงนี้ไม่มากนัก”
นักวิจัยระบุว่าดาวเคราะห์ดวงใหม่ทั้งสี่ที่เพิ่งค้นพบและยังไม่มีการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการนั้น “อยู่ใกล้ดาวฤกษ์ในระบบของพวกมันอย่างมากจนสามารถโคจรรอบดาวฤกษ์นั้นได้ภายในไม่กี่วัน…นั่นอาจหมายความว่าดาวเคราะห์เหล่านี้อาจร้อนเกินกว่าที่สิ่งมีชีวิตจะอยู่อาศัยได้”
นอกจากนี้ การค้นพบดาวเคราะห์ทั้งสี่นี้ยังตัดความเป็นไปได้ที่จะมีดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะอื่นๆ โคจรรอบดาวบาร์นาร์ดในระยะไกลพอที่จะเป็นดาวที่มีสภาพเอื้อให้สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยได้
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าระบบดาวนี้จะไม่มีสิ่งมีชีวิตตลอดไป แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีในปัจจุบันจะยังไม่สามารถทำให้มนุษย์เดินทางไปยังดาวเคราะห์ดังกล่าวได้ แต่มนุษย์รุ่นต่อๆ ไปอาจสามารถทำได้และไปตั้งอาณานิคมบนดาวเคราะห์เหล่านี้ได้โดยอาศัยเครื่องยนต์ขับเคลื่อนยานอวกาศด้วยพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันแบบใหม่ หรือระบบขับเคลื่อนด้วยใบเรือสุริยะที่อาศัยแรงดันจากแสงอาทิตย์
ที่มา : livescience.com
เครดิตภาพ : International Gemini Observatory/NOIRLab/NSF/AURA/R. Proctor/J. Pollard



