เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 68 นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ว่า ลงพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา กาญจนบุรี

ทุกวันนี้ตามตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา จากเชียงรายไปถึงกาญจนบุรี เรามีค่ายผู้พักพิงหนีภัยสู้รบจากเมียนมาประมาณ 9 แห่ง ที่อยู่กันมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว โดยยังมีจำนวนอีกเกือบแสนคนที่รอการไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ที่โอกาสดูริบหรี่ลงเรื่อยๆ

นอกจากจะเป็นภาระในการดูแลคนเหล่านี้เพื่อมนุษยธรรม ล่าสุดเรายังต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์ความไม่แน่นอนด้านงบประมาณที่เคยได้รับการสนับสนุนจากมิตรประเทศ ว่าจะตัดหรือลดทอนลงไปเพียงใด โดยเฉพาะภาระการดูแลด้านสาธารณสุขที่ รพ.ไทยต้องแบกรับหนักหน่วง ซึ่งถ้าหากไม่รักษา พวกเชื้อโรคต่างๆ อาจแพร่ระบาดเข้ามาในไทยได้ เพราะเชื้อโรคไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้ามาในประเทศเรา

อีกเรื่องที่ทั้งน่าห่วง และน่าเศร้าคือคนที่เกิดและโตในค่ายเหล่านี้ ที่บางคนวันนี้อายุเข้ากลางคนแล้ว และมีลูกเกิดตามมาอีก คนเหล่านี้ไม่เคยได้รู้จักหรือสัมผัสแผ่นดินอื่นใดเลย นอกจากผืนแผ่นดินไทย ซึ่งนี่คือความท้าทายของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลที่ต้องเตรียมการรับมือ และกำหนดนโยบายใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ที่ไม่ง่ายเลย