ต้องยกให้เป็นอีกหนึ่งสาวมากความสามารถจริงๆ สำหรับ พีค ภัทรศยา ที่กว่าจะมีวันนี้ได้เธอไม่เคยลดความพยายามเลยและฝ่าคำวิจารณ์เรื่องเสียงร้องของเธอจากชาวเน็ตมาจนได้กลายเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่มีซิงเกิลที่ 5 เป็นของตัวเอง ซึ่งในรายการ เบิ้ล AM  พีค ภัทรศยา ได้เล่าถึงความฝันการเป็นนักร้องของเธอที่เกือบถูกครอบครัวดีับฝัน และมุมมองความรักในปัจจุบัน โดย พีค เผยว่า

“ไม่มีคนเคยว่าถ้าโตขึ้นไปอย่าร้องเพลงนะ มีแต่คนผลักดันอยากให้เข้าวงการมารักการร้องเพลงตั้งแต่ก่อนที่จะมาเล่น Ost.สายลับจับบ้านเล็ก ตอนแรกยังไม่มีใครฟังไง ก็เลยยังไม่มีใครรู้ จริงๆ ก่อนที่จะมาเป็นนักแสดง อยากเป็นนักร้องนะ กว่าจะขึ้นมาจากจุดนั้นมาถึงวันนี้เราภูมิใจนะ มีความฝันในการร้องเพลงก็จริง แต่พ่อไม่ชอบให้ร้องเพลงเลยคือคนที่ได้ยินพีคร้องเพลงก่อนที่จะเป็นคนอื่นคือปะป๊า ตอนนั้นไปงานวันเกิดเพื่อนปะป๊าค่ะ แล้วปะป๊าเขาก็คงไม่เคยได้ยินพีคแบบร้องเพลงในที่สาธารณะเท่าไหร่ วันนั้นก็ร้องในวันเกิดเพื่อนปะป๊า พอร้องเสร็จปุ๊บ เขาก็บอกว่าทีหลังไม่ต้องร้องนะลูก ร้องเพี้ยน เค้าเป็นคนพูดตรงไง แต่ว่าพูดกับพีคนะ เขาพูดจริง หลังจากนั้นก็มีไปเรียนบ้าง ปะป๊าก็พาไปเรียน ไปเรียน 2 ครั้งแล้วเรารู้สึกเหมือนตามเพื่อนคนอื่นไม่ทันค่ะ ตอนนั้นอายุ 13-14 มั้งจำไม่ได้ เราเป็นเสียงสไตล์นี้เลยตั้งแต่เด็ก แล้วเหมือนเวลาสอนอะไรเราไม่เข้าใจ แล้วตอนนั้นก็ดันได้เป็นนักแสดงก่อน”

ถามว่าถ้าตอนนี้มีคนวางเงินให้10ล้านบาทจะให้เป็นนักแสดงฮอลลีวูดแต่ต้องเลิกทำเพลง กับมีเพลงให้ร้อง10เพลงเชื่อว่าสักเพลงต้องดังพีคเลือกเป็นนักแสดงเพราะพีคมีเพลงของพีค 5 เพลงแล้วถ้าเอาเพลงให้พีค 10 เพลงมันเยอะไป หมายถึงว่าค่อยๆทำมันสนุกกว่าแล้วทำเองมันสนุกกว่าแต่ถ้าเป็นนักแสดงไปฮอลลีวูดเลยก็ไม่เคยไปถือว่าเป็นเรื่องใหม่แล้วผลตอบแทนก็ดี”

พีค เผยต่อว่า”ปัจจุบันนิยามความรักของพีคคือ อยากจะดูแลคนที่รักให้ดีที่สุด ให้เขามีความสุขที่สุด อยากดูแลให้เขาอยู่กับเราไปนานๆ ให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ถ้าเราแฮปปี้ก็จะมีแต่แบบสิ่งดีๆ เวลาคนเลิกกันในวงการบันเทิงเราไม่รู้กับเรื่องของคน 2 คนหรอก ว่าเค้าเลิกเพราะอะไรอย่างงี้ เพราะมันเป็นเรื่องของเขา มันไม่ใช่เรื่องของเรา คิดว่าเวลาคนเราเลิกกันคงไม่มีใครอยากจะให้ความสัมพันธ์มันจบหรอก แต่เขาก็คงมีเหตุผลของเขาซึ่งเราไม่รู้ไงตอนนี้มีแฟน มีวางแผนจะแต่ง อยากมีลูก แต่อยากทำเพลงให้ได้มากที่สุด นึกภาพตอนที่เรามีลูกแล้วเราเดินสายไม่ได้อยากจะโฟกัสที่ลูก”

ขอบคุณภาพประกอบจาก: เบิ้ล AM