จากกรณี เด็กช่างต่างสถาบัน ยกพวกตะลุมบอนกันภายในห้างดังย่านปทุมวัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บรวม 5 ราย ต่อมาตำรวจสามารถควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 2 ฝ่ายได้ฝ่ายละ 2 ราย ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น
หนีตายระทึกกลางห้าง! นศ. 2 สถาบันดัง ยกพวกตะลุมมบอนกัน เจ็บ 5 สาหัส 1
คืบหน้า ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนนักศึกษาทั้ง 2 ฝั่ง เบื้องต้นให้การกล่าวอ้างว่า ต่างฝ่ายต่างมาเดินเล่นที่ศูนย์การค้า แล้วพบปะเจอกันพอดี จึงมีปากเสียง และทะเลาะวิวาทกันตามที่ปรากฏในคลิป และจากการตรวจค้นร่างกายไม่พบว่า ทั้ง 4 คนพกพาอาวุธมีดหรือปืนแต่อย่างใด และยังไม่มีหลักฐานที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุแทงผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหาทะเลาะวิวาทตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ แล้วเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย คนละ 500 บาท ก่อนปล่อยตัวไป แต่อย่างไรก็ตาม หากสืบสวนขยายผลแล้วพบว่า ทั้ง 4 คนเข้าข่ายความผิดอื่นๆ ก็จะเรียกตัวมาดำเนินคดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ชุดสืบสวนดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ทราบบรรดานักศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทรายอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่ก่อเหตุลงมือใช้อาวุธมีดแทงนักศึกษาได้รับบาดเจ็บสาหัส มาดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ ยังไม่มีตัวแทนของศูนย์การค้าหรือร้านค้าที่อยู่ในศูนย์การค้ามาแจ้งความเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน จากที่มีกระแสข่าวลือว่า มีการยิงกันภายในศูนย์การค้าระหว่างที่มีการวิวาทนั้น จากการตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นเหตุเข้าใจผิด
สำหรับเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยนั้น ที่ผ่านมาทางตำรวจได้วางมาตรการร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศูนย์การค้าในการเฝ้าระมัดระวังเหตุการณ์อยู่แล้ว แต่เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา อาจจะมีกลุ่มนักศึกษาที่ทยอยเข้ามาในศูนย์การค้าทีละคนสองคน ก่อนจะมารวมตัวกันในศูนย์การค้า จึงกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้กลุ่มนักศึกษารวมตัวกันและก่อเหตุดังกล่าว หลังจากนี้ ทางตำรวจจะดำเนินการพูดคุยกับศูนย์การค้า เพื่อเพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัยและการตรวจค้นร่างกายหาอาวุธก่อนเข้าพื้นที่ รวมทั้งได้สั่งการให้ตำรวจสายตรวจและฝ่ายจราจรเพิ่มความเข้มข้นในการลงพื้นที่เพื่อคอยตรวจตราและเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัย จึงขอให้ประชาชนและบรรดานักท่องเที่ยวสบายใจได้ ขณะนี้ทั้งตำรวจและเอกชน จะเพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำรอยอีก.



